สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ว่านายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศกัมพูชา กล่าวถึงรายงานของเดอะ วอชิงตัน โพสต์ ที่เผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ เกี่ยวกับ “สิ่งก่อสร้างแห่งใหม่” ภายในฐานทัพเรือเรียม ที่จังหวัดพระสีหนุ หรือสีหนุวิลล์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชา ติดกับอ่าวไทย ว่าสร้างขึ้น “เป็นพิเศษ” ให้แก่กองทัพเรือจีน ว่าเป็น “ข้อกล่าวหาที่ไม่มีน้ำหนัก” และโครงการพัฒนาภายในฐานทัพแห่งนี้ “ไม่เคยเป็นความลับ”


อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบานีส ผู้นำออสเตรเลีย กล่าวระหว่างการเยือนอินโดนีเซีย เมื่อต้นสัปดาห์นี้ เพื่อถ่วงดุลอำนาจกับจีนในภูมิภาค ว่ารายงานของเดอะ วอชิงตัน โพสต์ “น่าวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง” พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลปักกิ่งแสดงจุดยืนที่โปร่งใส เกี่ยวกับเจตนาและแผนการของตัวเอง ที่เกี่ยวข้องกับฐานทัพเรือเรียม เพื่อความมั่นคงและเสถียรภาพของอินโด-แปซิฟิก


ขณะที่นายจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า โครงการพัฒนาฐานทัพเรือเรียม เป็นกิจการภายในของรัฐบาลพนมเปญ ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพทางทหารของกัมพูชาเท่านั้น ในการปกป้องอธิปไตยทางทะเล และป้องปรามอาชญากรรมจากการเดินเรือ รายงานของเดอะ วอชิงตัน โพสต์ เป็นเพียงการคาดเดาอย่างไร้สาระ เพื่อใส่ร้ายป้ายสีกัมพูชาเท่านั้น


ทั้งนี้ทั้งนั้น สหรัฐจับตาความเคลื่อนไหวที่ฐานทัพเรือเรียมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2562 ตามที่เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล เคยรายงานว่า จีนและกัมพูชาทำสัญญากัน อนุญาตให้จีนใช้ฐานทัพในระยะแรกได้นานถึง 30 ปี ก่อนมีการพิจารณาขยายระยะเวลาทุก 10 ปี โดยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) สามารถนำสินทรัพย์ทางทหาร ที่รวมถึงเรือรบและกำลังพลไม่จำกัดจำนวน เข้ามาติดตั้งและประจำการที่ฐานทัพเรือเรียม ส่วนรัฐบาลพนมเปญของสมเด็จฮุน เซน ยืนกรานมาตลอด ว่ารัฐธรรมนูญของกัมพูชาระบุชัดเจน ห้ามประเทศใดก็ตามเข้ามาประจำการทหารและสรรพาวุธ.

เครดิตภาพ : REUTERS