เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตามที่มีรายงานข่าวเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งลับ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของบุคคลสัญชาติอิหร่านนั้น กระทรวงการต่างประเทศได้ตรวจสอบกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยแล้ว ขอชี้แจงว่ารายงานข่าวดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้ให้ข้อมูลข่าวดังกล่าว ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศขอยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับอิหร่านเป็นความสัมพันธ์ฉันมิตรที่ดียิ่งมาตลอดเวลาช้านาน เป็นความสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บนความเคารพซึ่งอธิปไตยและศักดิ์ศรีซึ่งกันและกัน ขณะที่รัฐบาลอิหร่านได้ให้คำมั่นกับไทยว่าจะดูแลอย่างดียิ่งที่จะไม่ให้มีสิ่งใดมาเป็นปัจจัยทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันได้ทั้งสิ้น ส่วนข่าวที่มีการนำเสนอโดยมิได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงและเป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบ นำไปสู่ความเสียหายในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่เอกสารข่าวฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ต่อเรื่องดังกล่าวด้วย โดยระบุว่า สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านในกรุงเทพฯ ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด และขอประณามข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลของสื่อในกรุงเทพฯ เกี่ยวกับพลเมืองอิหร่าน หลังสื่อไทยเผยแพร่ข่าวเท็จ ทั้งนี้ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ดำเนินการติดตามประเด็นนี้ผ่านช่องทางการทูต จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่การเมืองและความมั่นคงของไทยยืนยันข้อเรียกร้องดังกล่าว นอกจากนี้ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ ขอย้ำว่าความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และมิตรระหว่างอิหร่านและไทยมีพื้นฐานอยู่บนความเข้าใจและความเคารพซึ่งกันและกันมาตลอด นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามเริ่มต้น
อิหร่านต้องเผชิญกับการรณรงค์หาเสียงดังกล่าวในขณะที่จ่ายราคาสูงในการต่อสู้กับการก่อการร้าย รวมถึงการเอาชนะ ISIS ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะมีอิทธิพลต่อการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์อย่างสันติของอิหร่าน ซึ่งอยู่ภายใต้การสอดสองของ IAEA โดยสมบูรณ์ แต่ไซออนิสต์และสื่อตะวันตกบางรายได้เผยแพร่ข้อกล่าวหาปลอมเกี่ยวกับอิหร่าน อีกทั้งอิหร่านซึ่งมีประสบการณ์เฉพาะตัวและมีประวัติความร่วมมือสูงกับประเทศอื่นๆ ในการต่อสู้กับการก่อการร้าย ได้เสนอความร่วมมือในเรื่องนี้แก่ประเทศที่เป็นมิตรซึ่งรวมถึงไทย โดยทางสถานเอกอัครราชทูตฯ พิจารณาการเผยแพร่ข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลดังกล่าวว่า เป็นการปลอมแปลงข้อมูลโดยมีเป้าหมายที่จะสร้างความเสียหายต่อความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และมิตรระหว่างอิหร่านกับไทย และทางสถานทูตฯ จะยังพยายามส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีเพื่อประโยชน์ร่วมกันของ 2 ประเทศของเรา



