สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ว่ากระทรวงการต่างประเทศของฟิลิปปินส์ออกแถลงการณ์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการร้องเรียนตามช่องทางการทูตไปยังรัฐบาลปักกิ่ง กรณีเข้ามาทำ “กิจกรรมประมงที่ผิดกฎหมาย” บริเวณแนวสันดอน “โธมัสที่สอง” ใกล้กับหมู่เกาะสแปรตลีย์ ในทะเลจีนใต้ โดยนับเป็นครั้งที่สองภายในระยะเวลาเพียงสัปดาห์เดียว ที่ฟิลิปปินส์ประท้วงทางการทูตในลักษณะนี้ต่อรัฐบาลปักกิ่ง ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงมะนิลา ยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ


อนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ฟิลิปปินส์ตอบข้อเรียกร้องของรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งเรียกร้องให้กองทัพฟิลิปปินส์ย้ายซากเรือรบ “บีอาร์พี เซียร์รา มาเดร” ออกจากแนวสันดอนโธมัสที่สอง ว่าเรือลำดังกล่าวเกยตื้นเองที่บริเวณนั้น ตั้งแต่ปี 2542 หากทั้งสองประเทศ “มีพันธกรณีร่วมกันจริงในเรื่องนี้” รัฐบาลมะนิลา คงย้ายเรือลำดังกล่าวออกไปนานแล้ว


ทั้งนี้ เรือบีอาร์พี เซียร์รา มาเดร “เจตนาเกยตื้น” อยู่ที่บริเวณนั้น เพื่ออ้างกรรมสิทธิ์ของรัฐบาลมะนิลาเหนือน่านน้ำในบริเวณนั้น และ “เป็นพันธกิจ” ของฟิลิปปินส์ ที่ต้องนำเรือลำนี้ออกไป ซึ่งเป็นเรือที่มีลำตัวยาวประมาณ 100 เมตร ก่อสร้างในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง


สำหรับแนวสันดอนโธมัสที่สอง ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดปาลาวัน ที่อยู่ทางตะวันตกของฟิลิปปินส์ ประมาณ 105 ไมล์ทะเล โดยการที่แนวสันดอนโธมัสที่สองยังตั้งอยู่ในทะเลอาณาเขต ที่ถือเป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะ คือห่างไม่เกิน 200 ไมล์ทะเลจากเส้นฐาน กองทัพฟิลิปปินส์จึงเข้าไปประจำการในบริเวณนี้ ตั้งแต่ปี 2541 และใช้เรือบีอาร์พี เซียร์รา มาเดร เป็นฐานประจำการชั่วคราวในอีก 1 ปีต่อมา


อย่างไรก็ตาม แนวสันดอนโธมัสที่สองกลายเป็น “จุดร้อน” แห่งใหม่ของทะเลจีนใต้ เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว เมื่อเรือตรวจการณ์ของจีนเคลื่อนเข้ามาปิดเส้นทางเดินเรือ และฉีดน้ำใส่เรือของฟิลิปปินส์ ซึ่งเตรียมส่งเสบียงให้แก่ทหารที่ประจำการ อยู่บริเวณแนวสันดอนแห่งนี้ ก่อนที่อีก 1 สัปดาห์ต่อมา ฟิลิปปินส์ส่งเรือเสบียงกลับเข้าไปอีกครั้ง หลังได้รับการ “รับประกันความปลอดภัย” จากรัฐบาลปักกิ่ง.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES