สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ว่ากระทรวงอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจ จากการที่สหภาพแรงงานคนขับรถบรรทุกผละงานประท้วงยืดเยื้อครบ 1 สัปดาห์ เพื่อเรียกร้องการเพิ่มค่าตอบแทน และการขอให้รัฐบาลขยายระยะเวลารับประกันค่าระวางสินค้า ซึ่งจะครบกำหนดในเดือน ธ.ค.นี้ เนื่องจากราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลกระทบอย่างหนักต่อค่าครองชีพ ว่าสูงไม่ต่ำกว่า 1.6 ล้านล้านวอน (ราว 41,719.20 ล้านบาท)


ทั้งนี้ การขนส่งสินค้าทั้งที่เป็นวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเสร็จแล้ว ซึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้ระหว่างวันที่ 7-12 มิ.ย. ที่ผ่านมานั้น ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และแบตเตอรี่ ซึ่งเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรายใหญ่ลำดับต้นของโลก


ด้านซัมซุง ไฮนิกส์ และบริษัทอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่อีกหลายแห่งในเกาหลีใต้ ยังคงปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการต่อสถานการณ์ประท้วงครั้งนี้ ซึ่งยังคงไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์ว่า บริษัทขนาดใหญ่เหล่านี้มีนโยบายสำรองวัตถุดิบให้เพียงพออย่างน้อย 2 สัปดาห์ หากเกิดกรณีฉุกเฉิน


ขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ยืนยันว่า จับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่การขยายระยะเวลารับประกันค่าระวางสินค้า เป็นเรื่องของสภานิติบัญญัติโดยตรง ไม่ใช่รัฐบาล พร้อมทั้งขอให้คนขับรถบรรทุกกลับไปทำงานตามเดิม โดยให้คำมั่นว่า รัฐบาลพร้อมช่วยแก้ไขความวิตกกังวลในเรื่องค่าครองชีพ แต่การเจรจายังคงไม่ประสบผลสำเร็จ


อนึ่ง องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ในปีนี้ จาก 3.0% ลงมาอยู่ที่ 2.7% และประเมินอัตราเงินเฟ้อปีนี้อาจสูงถึง 4.8% เป็นสถิติสูงสุดในรอบ 24 ปี.

เครดิตภาพ : REUTERS