น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “แนวทางการปฏิบัติงานรองนายทะเบียนสหกรณ์” เพื่อมอบนโยบายในการกำกับดูแลสหกรณ์ทั่วประเทศ ว่า ได้เตรียมตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการทุจริตในสหกรณ์ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งจะรวบรวมหนี้ที่มีการทุจริตในระบบสหกรณ์ทั้งสหกรณ์การเกษตรและสหกรณ์ออมทรัพย์ เบื้องต้น 18,000 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวมาจากการสั่งการให้ทุกจังหวัดรวบรวมเข้ามา ตัวเลขทุจริตเหล่านี้ จะนำมาใช้ในการแก้ไขตามกรณีแต่ละสหกรณ์ ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
“เป็นที่ทราบกันดีว่า ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อขบวนการสหกรณ์ ซึ่งจากนี้จะขับเคลื่อนการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในระบบสหกรณ์ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กำชับติดตามความคืบหน้าและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ซึ่งในวันที่ 14 มิถุนายน จะมีการประชุมรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานต่างๆ ตามที่นายกฯ ได้มอบหมาย โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด และจะมีการตั้งวอร์รูม เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งจะเป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลของทุกสหกรณ์จังหวัด มีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ทำงานร่วมกันในการตรวจสอบ โดยมีตนเป็นประธานเพื่อให้ทรัพย์สินที่ยึดคืนมา คืนกลับให้สมาชิกสหกรณ์ให้เร็วที่สุด”
ด้าน นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการทุจริตในระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ ว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญต่อการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสหกรณ์ออมทรัพย์เป็นพิเศษ เนื่องจากสหกรณ์ออมทรัพย์ในประเทศไทยปัจจุบันมีกว่า 1,400 แห่ง ทุนดำเนินงานกว่า 2.74 ล้านล้านบาท โดย รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปติดตามดูแลระบบการเงินของสหกรณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งหาแนวทางป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดทุจริตซ้ำเหมือนกับที่ผ่านมา กรมฯ จึงได้สั่งการให้ทุกจังหวัดกำชับคณะกรรมการสหกรณ์วางระบบการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ให้เป็นไปตามระเบียบของนายทะเบียนสหกรณ์และข้อบังคับของแต่ละสหกรณ์อย่างเคร่งครัดนั้น เพื่อรักษาผลประโยชน์ของสมาชิก



