สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ว่า สถาบันนโยบายพลังงานแห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก (เอปิค) ในสหรัฐ ระบุในดัชนีชีวิตอันเนื่องมาจากคุณภาพอากาศ (เอคิวแอลไอ) ล่าสุดว่า ประชากรโลกมากกว่า 97% ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษอากาศสูงเกินระดับที่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) แนะนำ ซึ่งส่งผลให้อายุคาดเฉลี่ยของมนุษย์ลดลงประมาณ 2.2 ปี
นอกจากนี้ การศึกษายังเตือนว่า มลพิษอากาศถูกละเลยในฐานะปัญหาสุขภาพสาธารณะ ด้วยการลงทุนแก้ไขปัญหาที่ยังไม่เพียงพอ
Chronic air pollution cuts average global life expectancy by more than two years per person, a new study shows – an impact comparable to that of smoking and far worse than HIV/AIDS or terrorism https://t.co/gPADZPo732 pic.twitter.com/7TDAq1StMy
— Reuters (@Reuters) June 15, 2022
“ตอนนี้ความเข้าใจของพวกเราเกี่ยวกับผลกระทบของมลพิษมีเพิ่มขึ้นแล้ว มันมีกรณีที่แข็งแกร่งกว่า สำหรับรัฐบาล เพื่อให้ความสำคัญเป็นการออกนโยบายเร่งด่วน” นางคริสตา ฮาเซนคอปฟ์ ผู้อำนวยการเอคิวแอลไอของเอปิค กล่าว
ประชากรของภูมิภาคเอเชียใต้สูญเสียช่วงอายุประมาณ 5 ปี เนื่องจากผลของปัญหาหมอกควัน ตามที่ระบุในการศึกษา อีกทั้งประชากรของจีนอาจมีชีวิตยืนยาวขึ้นเฉลี่ยอีก 2.6 ปี หากสามารถบรรุลมาตรฐานของดับเบิลยูเอชโอได้ แม้อายุขัยจะดีขึ้นราว 2 ปี ตั้งแต่ปี 2556 เมื่อจีนเริ่ม “สงครามมลพิษ” ที่ลดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือพีเอ็ม2.5 ได้ประมาณ 40%
ทั้งนี้ การคำนวณของเอปิคอ้างอิงจากการศึกษาครั้งที่แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การสัมผัสกับฝุ่นพีเอ็ม2.5 เพิ่มเติม 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อย่างต่อเนื่อง จะลดอายุคาดเฉลี่ยเกือบ 1 ปี
อย่างไรก็ตาม ในปี 2564 ไม่มีประเทศใดในโลกที่สามารถบริหารจัดการคุณภาพอากาศได้ตามมาตรฐานของดับเบิลยูเอชโอ ที่ 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากผลสำรวจของข้อมูลมลพิษที่เผยแพร่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



