สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ว่าคณะกรรมการรณรงค์ระหว่างประเทศเพื่อการยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์ (ไอแคน) ซึ่งเป็นองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศด้านนิวเคลียร์ เผยแพร่รายงานว่า เฉพาะเมื่อปีที่แล้ว กลุ่ม 9 ประเทศของโลก ซึ่งมีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในครอบครองอย่างเปิดเผย ได้แก่ สหรัฐ รัสเซีย จีน อินเดีย ปากีสถาน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิสราเอล และเกาหลีเหนือ ใช้งบประมาณเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในเรื่องนี้รวมกัน 82,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.89 ล้านล้านบาท)
Read more about the report here: https://t.co/4NGfAZ5rMl
— ICAN (@nuclearban) June 14, 2022
And if you are as outraged as we are, join us in Vienna as we make a plan to end this insanity: https://t.co/G6dT4gzNXA
ทั้งนี้ การใช้จ่ายดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากกว่า 8% เมื่อเทียบกับสถิติของปี 2563 โดยไอแคนให้คำนิยามกับอาวุธนิวเคลียร์ว่า “เป็นอาวุธทรงอานุภาพทำลายล้างที่ผิดกฎหมาย” ขณะที่บริษัทผู้ผลิตอาวุธและอุปกรณ์เกี่ยวกับนิวเคลียร์ล้วนวิ่งเต้นกันอย่างหนักตลอดปีที่แล้วเช่นกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อตกลงฉบับใหม่ โดยใช้งบประมาณที่เฉลี่ยแล้ว คิดเป็นราคาสัญญาฉบับละ 256 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8,983.04 บาท)
สำหรับประเทศในกลุ่มดังกล่าวที่ใช้งบประมาณเพื่อการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์มากที่สุด คือ สหรัฐ 44,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.55 ล้านล้านบาท) ตามด้วยจีน 11,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 410,553 ล้านบาท) และรัสเซียอยู่ในอันดับสาม 8,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 301,774 ล้านบาท) ส่วนเกาหลีเหนืออยู่ในอันดับ 9 ซึ่งเป็นที่สุดท้าย ด้วยสถิติ 642 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 22,527.78 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม รายงานของไอแคนระบุว่า ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์กรณีของรัฐบาลเปียงยาง “จำกัดมาก”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



