สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ว่ากระทรวงมหาดไทยของศรีลังกาเผยแพร่แถลงการณ์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ให้เจ้าหน้าที่รัฐทำงานที่บ้านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อบรรเทาวิกฤติพลังงานในประเทศ ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน


อย่างไรก็ตาม จากจำนวนเจ้าหน้าที่รัฐประมาณ 1 ล้านคนในศรีลังกา ผู้ที่ปฏิบัติภารกิจในสายงานจำเป็น และต้องมีการให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง อาทิ หน่วยงานด้านสาธารณสุข ต้องปฏิบัติงานตามปกติต่อไป

หญิงคนหนึ่งเดินข้ามถนนสายหนึ่งในกรุงโคลัมโบ ท่ามกลางความมืดมิด เนื่องจากรัฐบาลยังคงใช้มาตรการดับไฟบางส่วน เพื่อประหยัดพลังงาน


ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวต่อยอดจากการประกาศเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า โดยคณะรัฐมนตรีของศรีลังกา ซึ่งอนุมัติวันทำงานเป็นเวลา 4 วัน ให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยการให้หยุดงานทุกวันศุกร์เป็นเวลา 3 เดือน และกระตุ้นให้บรรดาเจ้าหน้าที่รัฐร่วมทำการเกษตรขนาดเล็ก เพื่อร่วมกันบรรเทาความรุนแรงของวิกฤติการขาดแคลนอาหาร


ด้านกระทรวงพลังงานของศรีลังการายงานเพิ่มเติม เมื่อวันศุกร์ ว่าเหลือเชื้อเพลิงเพียงพอใช้งานในประเทศอีกเพียง 5 วันเท่านั้น เนื่องจากรัฐบาลไม่สามาถชำระหนี้พลังงานมูลค่า 725 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 25,543.20 ล้านบาท) ให้แก่เจ้าหนี้ได้ทันภายในเวลาที่กำหนด


ขณะที่โครงการอาหารโลก (ดับเบิลยูเอฟพี) ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เริ่มแจกจ่ายคูปองอาหารให้แก่หญิงมีครรภ์ประมาณ 2,000 คน ในศรีลังกา โดยเน้นผู้ที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ห่างไกล และผู้ที่ “ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน”


ทั้งนี้ คูปองซึ่งมีมูลค่า 15,000 รูปีศรีลังกา ( ราว 1,472.50 บาท ) เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการของดับเบิลยูเอฟพี ที่ตั้งเป้าให้ความช่วยเหลือชาวศรีลังกาให้ได้ 3 ล้านคน ในการฝ่าฟันวิกฤติเศรษฐกิจครั้งรุนแรงที่สุด นับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2491 ซึ่งแทบทุกฝ่ายมองไปในทางเดียวกัน ว่าเป็นผลจากการบริหารนโยบายที่ผิดพลาด ของประธานาธิบดีโกตาพญา ราชปักษา ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของศรีลังกาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนแตะระดับที่ 57% เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา.

เครดิตภาพ : REUTERS