สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ว่าฝ่ายความมั่นคงทางเศรษฐกิจของแบงก์ออฟอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐ เผยแพร่รายงาน ที่เป็นการคาดการณ์ทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ มีโอกาส “ประมาณ 40%” ที่จะเผชิญกับภาวะถดถอยในปีหน้า โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) มีแนวโน้มลดลงสู่ “ระดับเกือบศูนย์” ภายในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า
U.S. economy has 40% chance of being in recession next year, Bank of America says https://t.co/OTVmqyNzvc pic.twitter.com/0iXZsmH4QQ
— Reuters (@Reuters) June 17, 2022
ทั้งนี้ แบงก์ออฟอเมริกาให้เหตุผลเกี่ยวกับ “การเพิ่มความเข้มงวดและข้อจำกัดของมาตรการทางเศรษฐกิจ ไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างเพียงพอ ที่จะบรรเทาแรงกดดัน” และคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของประเทศจะกลับมาฟื้นตัว “อย่างพอประมาณ” ในปี 2567
รายงานดังกล่าวของแบงก์ออฟอเมริกา ได้รับการเผยแพร่ออกมา หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.75% สู่ระดับระหว่าง 1.5-1.75% ถือเป็นการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงที่สุด นับตั้งแต่ปี 2537
After a rate hike of 75 basis points, Fed Chair Powell teased that the department is leaning towards another big increase next month https://t.co/sazWBukhLN pic.twitter.com/dfwzeiLndq
— Bloomberg Quicktake (@Quicktake) June 16, 2022
นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ยอมรับว่า การปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้สูงกว่าปกติมาก แต่มีความเป็นไปได้เช่นกัน ที่การประชุมเอฟโอเอ็มซีครั้งต่อไป ในเดือน ก.ค. นี้ อาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกระหว่าง 0.50-0.75% เพื่อต่อสู้กับวิกฤติเงินเฟ้อครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 4 ทศวรรษ โดยเฟดยังคงเป้าหมายให้อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอยู่ที่ระดับ 2% ด้านนักวิเคราะห์มองว่า หากเฟดยังคงเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอาจแตะถึง 3.4% ช่วงสิ้นปีนี้.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



