สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ว่าเหตุการณ์ระทึกที่งานเลี้ยงประจำปีของสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว ทำให้ต้องมีการเร่งอพยพประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ นางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคนที่เข้าร่วมงาน อีกทั้งเจ้าหน้าที่อารักขาจากซีเครต เซอร์วิส ได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เพราะคนร้ายยิงไปโดนจุดที่มีเสื้อกันกระสุนบังอยู่พอดี


แม้ในที่สุดแล้วทุกคนปลอดภัยดี และเจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายได้ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดคำถามขึ้นอีกครั้งเกี่ยวกับมาตรการอารักขาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ โดยเฉพาะประธานาธิบดี ในช่วงเวลาที่ความรุนแรงทางการเมืองกำลังพุ่งสูงขึ้น
ทรัมป์กล่าวถึงโรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน และใช้เวลาเดินทางเพียง 10 นาทีจากทำเนียบขาวโดยรถยนต์ ว่า “ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่มีความปลอดภัยเป็นพิเศษ”


แม้แขกที่เข้าร่วมงานราว 2,600 คน ต้องผ่านเครื่องตรวจจับโลหะก่อนเข้าสู่ห้องบอลรูมชั้นใต้ดิน แต่ตัวโรงแรมเองกลับเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าได้เพียงแค่แสดงตั๋ว ประกอบกับบริเวณทางเข้าด้านนอก มีการชุมนุมประท้วงนโยบายของรัฐบาลทรัมป์เรื่องสงครามกับอิหร่าน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบระบายคนเข้างานอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเป็นช่องโหว่ด้านการรักษาความปลอดภัย


ภาพจากกล้องวิดีโอวงจรปิดเผยให้เห็นมือปืนวิ่งผ่านโถงทางเดิน และผ่านจุดตรวจความปลอดภัย ก่อนยิงเจ้าหน้าที่ และถูกเจ้าหน้าที่คนอื่นช่วยกันควบคุมตัวได้ในเวลาต่อมา


แขกในงานกำลังรับประทานอาหารเมื่อได้ยินเสียงปืน หน่วยอารักขาของรัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภาแต่ละคนมีปฏิกิริยาที่ต่างกัน บางคนพาบุคคลสำคัญหมอบลงกับพื้นและทำตัวเป็นโล่มนุษย์ ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกหลายคนพยายามอพยพแขกออกไปอย่างเร่งด่วน


ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกคน ซึ่งตอบสนองต่อเหตุการณ์ และยังคงแสดงท่าทีเข้มแข็ง โดยระบุว่าคนร้ายไม่ได้เข้าใกล้การ “บุก” ถึงตัวเขา ขณะเดียวกัน ทรัมป์ใช้โอกาสนี้ย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างห้องบอลรูมความปลอดภัยสูงภายในทำเนียบขาวตามที่เขาเคยเสนอ ซึ่งจะมีระบบป้องกันโดรนและกระจกกันกระสุนที่รัดกุมกว่านี้


เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นไม่ถึงสองปีหลังการพยายามลอบสังหารทรัมป์ถึงสองครั้งในช่วงการเลือกตั้งเมื่อปี 2567 สะท้อนว่า แม้ระบบรักษาความปลอดภัยของสหรัฐจะครอบคลุมที่สุดในโลก แต่ยังคงมีจุดอ่อนที่ยากจะป้องกันได้ทั้งหมด เมื่อต้องจัดงานในสถานที่สาธารณะหรือโรงแรมทั่วไปซึ่งยังคงมีบุคคลภายนอกเข้าและออกได้.

เครดิตภาพ : REUTERS