สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ว่า ศาลชั้นต้นของฝรั่งเศส ยกฟ้องแอร์บัสและแอร์ฟรานซ์เมื่อปี 2566 ซึ่งทั้งสองบริษัทปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด แต่คำตัดสินล่าสุดถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในคดีความที่ยืดเยื้อมานาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับญาติของผู้เสียชีวิตที่ส่วนใหญ่เป็นชาวฝรั่งเศส ชาวบราซิล และชาวเยอรมัน
ศาลอุทธรณ์ฝรั่งเศสสั่งให้แอร์บัสและแอร์ฟรานซ์ จ่ายค่าปรับสูงสุดในข้อหาฆ่าคนโดยประมาทขององค์กร เป็นจำนวนเงิน 225,000 ยูโร (ราว 8.53 ล้านบาท) ตามคำร้องขอของอัยการ ระหว่างการพิจารณาคดี 8 สัปดาห์เมื่อปีที่แล้ว
แม้ค่าปรับดังกล่าวคิดเป็นรายได้เพียงเล็กน้อยของทั้งสองบริษัท และถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นโทษสถานเบา แต่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตกล่าวว่า ชื่อเสียงของบริษัทตกอยู่ในความเสี่ยงแล้ว
ด้านแอร์บัสและแอร์ฟรานซ์ ระบุว่า บริษัทจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาฝรั่งเศส โดยเพิกเฉยต่อคำร้องจากญาติของผู้เสียชีวิต ขณะที่ทนายความหลายคนคาดการณ์ว่าจะมีการอุทธรณ์เพิ่มเติมในประเด็นทางกฎหมาย และเตือนว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจทำให้กระบวนการยืดเยื้อออกไปอีกหลายปี
อนึ่ง เครื่องบินแอร์บัส เอ330 ของสายการบินแอร์ฟรานซ์ เที่ยวบิน 447 ประสบเหตุตกลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติกท่ามกลางความมืดมิด ระหว่างเกิดพายุบริเวณเส้นศูนย์สูตร เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2552 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 228 ราย โดยกล่องดำจากเที่ยวบินดังกล่าว ถูกกู้ขึ้นมาในปี 2554 หลังจากการค้นหาในทะเลลึกนาน 2 ปี.
เครดิตภาพ : REUTERS



