นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึง กรณีที่เร่งรัดให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที หาพันธมิตรทางธุรกิจบนคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ ที่ประมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์ ในราคา 34,306 ล้านบาท ว่า คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เอ็นที ได้ลงมติเห็นชอบแผนธุรกิจ และผลตอบแทนตามที่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ที่เสนอมา โดยคาดว่าจะลงนามในสัญญาอย่างเป็นทางการได้ภายในเดือน ก.ค.นี้ หลังจากที่ เอ็นที แต่งตั้งกรรมการผู้จัดการใหญ่ คือ พ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ อย่างเป็นทางการ
“ความคืบหน้าในการหาพันธมิตรของเอ็นที ทราบมาว่ามีชื่อเอไอเอสที่ได้ทำสัญญากับ เอ็นที รายเดียว แต่รายละเอียด เป็นยังไงนั้น บอร์ดไม่ได้รายงาน ต้องรอซีอีโอคนใหม่ของเอ็นทีมารับช่วงต่อเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป” รมว.ดีอีเอส กล่าว
แหล่งข่าวจากบอร์ด เอ็นที กล่าวว่า ตามสัญญาดังกล่าว เอ็นที จะแบ่งคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ ให้กับเอไอเอส ทำสัญญาครึ่งหนึ่ง หรือ 5 เมกะเฮิรตซ์ จากที่เป็นผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 2 ใบอนุญาต ในย่านความถี่ 738-748 เมกะเฮิรตซ์ คู่กับ 793-803 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งจริงๆแล้ว มติจากบอร์ดสรุปให้เอไอเอส เป็นพันธมิตรรายเดียว ตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ที่เรื่องยังไม่คืบหน้าปัจจัยหนึ่งมาจาก เอ็นที ยังไม่มี กรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ แต่ขณะนี้คัดเลือกเสร็จแล้วโดย พ.อ.สรรพชัยย์ น่าจะ เริ่มทำงานได้อย่างเป็นทางการวันที่ 1 ก.ค.นี้ ดังนั้น เรื่องการลงนามในสัญญาน่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค.นี้
“บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นข้อเสนอขอร่วมเป็นพันธมิตรเช่นกัน แต่ ผลตอบแทนต่ำกว่า ของเอไอเอส อย่างมาก แต่เมื่อบอร์ดเลือกเอไอเอสไปแล้ว ฝั่งทรูกลับ ยื่นจดหมายเปิดผนึกเขอโอกาสยื่นข้อเสนอให้ใหม่ โดยอ้าง เหตุผลว่า การหาพันธมิตรของเอ็นทีไม่ใช่การทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างที่ให้สิทธิเปิดข้อเสนอผลตอบแทน เพียงครั้งเดียว ซึ่งอาจเป็นเพราะไม่มั่นใจเรื่องควบรวมกับดีแทคว่าจะเป็นตามแผนอาจใช้เวลายาวออกไป”



