สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ว่ากระทรวงพลังงานของเยอรมนีออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานในประเทศ ว่าจำเป็นต้องมีการกลับไปผลิตกระแสไฟฟ้าจากถ่านหินมากขึ้น “เป็นการชั่วคราว” เพื่อประหยัดการใช้ก๊าซธรรมชาติ

แม้นโยบายดังกล่าวถือเป็น “การกลับลำ” จากนโยบายของรัฐบาลผสมชุดปัจจุบัน ที่ตั้งเป้าเลิกใช้พลังงานจากถ่านหิน ภายในปี 2573 แต่เพื่อป้องกัน “ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในฤดูหนาว”


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดระหว่างก๊าซพรอมกับหลายประเทศในยุโรป ซึ่งปัจจุบันยังคงรับก๊าซจากรัสเซียผ่านท่อนอร์ดสตรีม 1 ซึ่งเยอรมนีแสดงความไม่พอใจ ต่อการที่ได้รับก๊าซปริมาณเพียง 67 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งคิดเป็นเพียง 40% ของระดับปกติ และวิจารณ์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “เป็นเรื่องการเมืองอย่างชัดเจน” มากกว่าปัญหาทางเทคนิค


อย่างไรก็ตาม นายอเล็กซี มิลเลอร์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของก๊าซพรอม กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เป็นผลจากการที่บริษัทซีเมนส์ ไม่สามารถซ่อมแซมระบบคอมเพรสเซอร์ ที่สถานีพอร์โตวายาได้ทันตามกำหนด สื่อเป็นนัยเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรของยุโรปที่มีต่อรัสเซีย ปัจจุบัน ท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 1 เป็นหนึ่งในสองเส้นทางส่งก๊าซสายสำคัญและเก่าแก่ ระหว่างรัสเซียกับยุโรป ลอดผ่านใต้ทะเลดำมายังภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเยอรมนี.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES