สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ว่ากระทรวงพลังงานของเยอรมนีออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานในประเทศ ว่าจำเป็นต้องมีการกลับไปผลิตกระแสไฟฟ้าจากถ่านหินมากขึ้น “เป็นการชั่วคราว” เพื่อประหยัดการใช้ก๊าซธรรมชาติ
แม้นโยบายดังกล่าวถือเป็น “การกลับลำ” จากนโยบายของรัฐบาลผสมชุดปัจจุบัน ที่ตั้งเป้าเลิกใช้พลังงานจากถ่านหิน ภายในปี 2573 แต่เพื่อป้องกัน “ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในฤดูหนาว”
The German economy minister has said Germany must curb its gas use as Russia reduces its supply. Otherwise, things "could get tight in winter," he said.
— DW News (@dwnews) June 19, 2022
https://t.co/ebFYOLIesH
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดระหว่างก๊าซพรอมกับหลายประเทศในยุโรป ซึ่งปัจจุบันยังคงรับก๊าซจากรัสเซียผ่านท่อนอร์ดสตรีม 1 ซึ่งเยอรมนีแสดงความไม่พอใจ ต่อการที่ได้รับก๊าซปริมาณเพียง 67 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งคิดเป็นเพียง 40% ของระดับปกติ และวิจารณ์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “เป็นเรื่องการเมืองอย่างชัดเจน” มากกว่าปัญหาทางเทคนิค
อย่างไรก็ตาม นายอเล็กซี มิลเลอร์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของก๊าซพรอม กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เป็นผลจากการที่บริษัทซีเมนส์ ไม่สามารถซ่อมแซมระบบคอมเพรสเซอร์ ที่สถานีพอร์โตวายาได้ทันตามกำหนด สื่อเป็นนัยเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรของยุโรปที่มีต่อรัสเซีย ปัจจุบัน ท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 1 เป็นหนึ่งในสองเส้นทางส่งก๊าซสายสำคัญและเก่าแก่ ระหว่างรัสเซียกับยุโรป ลอดผ่านใต้ทะเลดำมายังภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเยอรมนี.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



