สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ว่า สารเคลือบใหม่นี้สามารถใช้งานได้ 2 วิธี คือการดูดกลืนแสงอาทิตย์ต่ำ เพื่อช่วยลดผลกระทบจากดวงอาทิตย์ ที่มีต่ออุณหภูมิภายในยานอวกาศ และการแผ่รังสีอินฟราเรดต่ำ เพื่อป้องกันการปลดปล่อยความร้อนจากแหล่งภายใน


นักบินอวกาศจีนประจำยานอวกาศเสินโจว-14 ในวงโคจร ซึ่งได้รับมอบหมายภารกิจก่อสร้างสถานีอวกาศเทียนกงของจีนให้เสร็จสิ้น จะสังเกตองค์ประกอบสถานีอวกาศมากมายระหว่างประจำในวงโคจรนาน 6 เดือน


ด้านยานขนส่งสัมภาระและโมดูลห้องปฏิบัติการ ที่เทียบท่ากับโมดูลหลักของสถานีอวกาศ มีแนวโน้มจะปิดกั้นแสงแดด ส่งผลให้ยานอวกาศต้องสัมผัสกับความหนาวเย็นสุดขั้ว ในเงาของห้วงอวกาศลึกเป็นเวลานาน ขณะที่ยานอวกาศยังต้องรับมือกับความร้อนจัด จากแสงอาทิตย์โดยตรงในอวกาศ


หากไม่มีการควบคุมอุณหภูมิ อุณหภูมิของยานอวกาศด้านที่หันเข้าหาดวงอาทิตย์อาจเพิ่มสูงขึ้นจนมากกว่า 100 องศาเซลเซียส ขณะที่ด้านมืดอาจลดลงจน -100 องศาเซลเซียส โดยสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงและต่ำสุดขั้วนี้ สร้างความท้าทายต่อสุขภาพนักบินอวกาศ และการทำงานของยานอวกาศ


สารเคลือบควบคุมความร้อน ซึ่งพัฒนาโดยสถาบันเทคโนโลยีอวกาศจีน ถูกนำไปใช้ครั้งแรกในยานอวกาศเสินโจว-13 ซึ่งปล่อยขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2564 โดยรักษาสภาพแวดล้อมห้องโดยสารให้อยู่ในช่วงอุณหภูมิที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ (18-26 องศาเซลเซียส) ระหว่างอยู่ในอวกาศนาน 6 เดือน ซึ่งช่วยให้นักบินอวกาศรู้สึกเย็นและสบายในบ้านที่กำลังโคจรอยู่


อนึ่ง จีนดำเนินภารกิจเสินโจว-14 ซึ่งประกอบด้วยนักบินอวกาศ 3 คน เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเตรียมนักบินอวกาศ ชุดที่ 3 สำหรับโครงการก่อสร้างสถานีอวกาศของประเทศ โดยขณะอยู่ในวงโคจรพวกเขาจะได้เห็นโมดูลห้องปฏิบัติการ 2 โมดูล ได้แก่ ยานขนส่งสัมภาระเทียนโจว-5 (Tianzhou-5) และยานอวกาศเสินโจว-15 ที่เทียบท่ากับโมดูลหลักของสถานีอวกาศ.

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA