สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ว่าศูนย์บัญชาการภูมิภาคกลางของกองทัสหรัฐ ( เซนต์คอม ) ออกแถลงการณ์ว่า กองทัพสหรัฐยังคงดำเนินการบังคับใช้ “การปิดล้อมทางทะเลต่อเรือทุกลำ ที่เข้าหรือออกจากท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน”
นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการเมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่่ผ่านมา กองทัพสหรัฐสามารถสกัดกั้นเรือที่พยายามเข้าและออกจากอิหร่านแล้ว 23 ลำ ซึ่งเรือเหล่านั้นปฏิบัติตามคำสั่งของกองทัพสหรัฐแต่โดยดี พร้อมทั้งเสริมว่า เรือโจมตีชายฝั่ง “ยูเอสเอส แคนเบอร์รา” ยังคงปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนอย่างเคร่งครัด
Littoral combat ship USS Canberra (LCS 30) patrols the Arabian Sea during the U.S. blockade. Since commencement of the blockade, 23 ships have complied with direction from U.S. forces to turn around. American forces are enforcing a maritime blockade against ships entering or… pic.twitter.com/PMIBOoeJXS
— U.S. Central Command (@CENTCOM) April 18, 2026
ทั้งนี้ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ( ไออาร์จีซี ) ประกาศว่า มาตรการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้ “กลับไปสู่สถานะเข้มงวดแบบเดิม” แล้ว เนื่องจากสหรัฐยังคงดำเนินการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับไปอยู่ภายใต้ การจัดการและการควบคุมอย่างเข้มงวดอีกครั้งโดยไออาร์จีซี
มาตรการดังกล่าวจะยังคงดำเนินต่อไป จนกว่ากองทัพสหรัฐ “จะฟื้นฟูความเชื่อใจ” ด้วยการคืนเสรีภาพในการเดินเรืออย่างเต็มรูปแบบให้กับเรือที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ในการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางและเดินทางกลับมายังอิหร่านอีกครั้ง.
เครดิตภาพ : REUTERS



