สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงไทเป สาธารณรัฐจีน เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ว่านางคาเรน กัว โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ “ชัดเจนในตัวเอง” ว่า ไต้หวันคือ “ประเทศประชาธิปไตยที่เป็นอิสระและมีอธิปไตย” อย่างไรก็ตาม เธอยืนยันว่า ไต้หวันยังคงยึดมั่นในการรักษาสถานะเดิมกับจีน ซึ่งหมายถึงการไม่ประกาศเอกราชจากจีนอย่างเป็นทางการ และไม่รวมชาติกับจีน

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีไล่ ชิง-เต๋อ ผู้นำไต้หวัน เคยกล่าวว่า ไต้หวันไม่จำเป็นต้องประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ เพราะไต้หวันคือประเทศเอกราชและมีอธิปไตยอยู่แล้ว


ปฏิกิริยาดังกล่าวของรัฐบาลไทเปเกิดขึ้น หลังการประชุมระดับสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องไต้หวันเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการหารือ และจีนย้ำตลอดว่า ประเด็นไต้หวัน “คือเส้นแดงที่เปราะบาง” ในความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี


ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวกับสื่อมวลชนหลังจากนั้น ว่า “ไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาใด ๆ ไม่ว่าจะในทิศทางใดก็ตาม” กับจีนในประเด็นไต้หวัน และกล่าวว่า แผนการขายอาวุธของสหรัฐให้ไต้หวัน ซึ่งจะมีมูลค่าสุดท้ายสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น ( ราว 456,469.74 ล้านบาท ) ยังไม่ได้รับลงนามจากเขา


ผู้นำสหรัฐมองว่า สิ่งนี้เป็นเครื่องมือในการต่อรองที่ดีมาก เพราะอนาคตของเรื่องนี้จะขึ้นอยู่กับท่าทีของจีนเช่นกัน อย่างไรก็ดี ทรัมป์กล่าวว่า “ไม่สนับสนุน” หากไต้หวัน “จะประกาศเอกราช” และมองว่า ทั้งจีนและไต้หวันควรใจเย็นลงด้วย.

เครดิตภาพ : REUTERS