เมื่อวันที่ 16 ก.ค. นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายนรินทร์ สมนึก และนายชัชวาล เสวี ทนายความ เดินทางมาที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อฟ้องกลับผู้ที่กล่าวหาว่า นายรุ่งเรือง เรียกรับผลประโยชน์จำนวน 1 ล้านบาท เพื่อแลกกับการออกเอกสารสิทธิที่ดินในพื้นที่ ต.เชิงทะเล จ.ภูเก็ต
นายรุ่งเรือง กล่าวว่า ตั้งแต่ตนเองถูกย้ายไปช่วยราชการที่กรมการปกครอง และถูกส่งตัวกลับเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ในวันเดียวกันกลับมีการนำผู้เสียหายไปแจ้งความกล่าวหาว่า ตนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ในขบวนการสอบข้าราชการท้องถิ่น จนทำให้ตำรวจ บก.ปปป. ออกหมายจับในวันที่ 26 มิ.ย. และจากนั้นในวันถัดมา 27 มิ.ย. ก็มีคำสั่งให้ตนเองออกจากราชการทันที โดยที่ไม่ได้เรียกสอบหรือเปิดโอกาสให้ชี้แจงข้อเท็จจริงแต่อย่างใด

สำหรับขบวนการเรียกรับผลประโยชน์สอบข้าราชการท้องถิ่นนั้น นายรุ่งเรือง ยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เคยเรียกรับเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ใดให้ได้รับตำแหน่ง ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้แก่ จ่าพิชิต นายวิน และน้องสาวของนายวิน ตนไม่เคยรู้จัก รวมถึงข้าราชการ 5 คนที่ถูกสอบวินัยร้ายแรงอยู่ในขณะนี้ ก็ไม่เคยรู้จักและไม่มีเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว ยืนยันว่าไม่เคยฝากคนเข้ารับตำแหน่งหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับขบวนการนี้ “ล้านเปอร์เซ็นต์”
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนตั้งข้อสงสัยคือ เหตุใดกระบวนการเอาผิดกับตนจึงดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่นานก็ถูกให้ออกจากราชการ ต่างจากข้าราชการ 5 คนที่ถูกสอบวินัยร้ายแรง และถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการมูลค่า 4,000-5,000 ล้านบาท แต่ขณะนี้ยังคงรับราชการอยู่เช่นเดิม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายแบบสองมาตรฐาน
ส่วนประเด็นการเรียกรับผลประโยชน์กรณีออกเอกสารกรรมสิทธิที่ดินในพื้นที่ ต.เชิงทะเล จ.ภูเก็ต นายรุ่งเรือง กล่าวว่า ตนรู้จักและให้ความนับถือบุคคลดังกล่าว จึงไม่มีทางเรียกรับผลประโยชน์จากบุคคลนั้นอย่างแน่นอน
นายนรินทร์ สมนึก ทนายความ กล่าวว่า การฟ้องร้องในวันนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีเรียกรับผลประโยชน์สอบข้าราชการท้องถิ่น แต่เป็นการฟ้องกลับบุคคลที่แจ้งความกล่าวหาว่า นายรุ่งเรืองเรียกรับผลประโยชน์ 1 ล้านบาท จากการออกเอกสารสิทธิที่ดิน จ.ภูเก็ต ซึ่งไม่เป็นความจริง จึงดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความอันเป็นเท็จ ข้อหากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา และข้อหาหมิ่นประมาท

นายนรินทร์ กล่าวอีกว่า ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเอกสารสิทธิที่ดิน ต.เชิงทะเล จ.ภูเก็ต คณะกรรมการมีคำสั่งให้เพิกถอนที่ดินแปลงดังกล่าวตั้งแต่ปี 2523 ต่อมามีผู้ยื่นเรื่องขอทบทวนคำสั่งเพิกถอนเมื่อปี 2568 แต่ขณะนั้นนายรุ่งเรืองเพิ่งเข้ารับตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ตได้ไม่ถึง 6 เดือน จึงไม่อาจถูกกล่าวหาว่าเรียกรับผลประโยชน์ได้ อีกทั้งประเด็นข้อพิพาทเรื่องดังกล่าว ศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้วว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ไม่สามารถให้ประชาชนเข้าทำประโยชน์ และไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้
นายนรินทร์ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าในวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เจ้าของที่ดินซึ่งเป็นระดับเจ้าสัวหมื่นล้าน ได้โอนเงินจากบัญชีส่วนตัว 1 ล้านบาท เข้าบัญชีของบุคคลใกล้ชิดนายรุ่งเรือง ก่อนจะนำหลักฐานการโอนเงินดังกล่าวไปแจ้งความกล่าวหาว่า นายรุ่งเรือง มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์
ส่วนคดีแชต “น้ำเงินช่วยด้วย” ที่เกิดขึ้นในช่วงการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการฟ้องผู้บังคับบัญชา คือ อธิบดีกรมการปกครอง ในข้อหาแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ ขณะนี้ได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 8 แล้ว
ส่วนคดีที่ฟ้องกลับกรณีถูกกล่าวหาเรียกรับผลประโยชน์จากการออกเอกสารสิทธิที่ดิน ล่าสุดศาลอาญามีคำสั่งรับคำฟ้องไว้พิจารณา และนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยเป็นคดีหมายเลขดำ อ.2042/2569



