เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 13 ก.ค. ที่ ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เปิดเผยเมื่อช่วงเช้าที่ทำเนียบรัฐบาล ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดี จำนวน 30 หมาย

โดย นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยว่า เมื่อเช้าตนได้ดูข่าวและทราบว่าจะมีการออกหมายจับคนในคดีฟอเร็กซ์ (Forex) อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ตนเพิ่งได้เข้ามาให้ข้อมูลและพบเจ้าหน้าที่ มีการคุยกันว่าจะกลับมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่พอจะมีการออกหมายจับ แล้วทราบว่ามีชื่อตนอยู่ในนั้นด้วย ตนจึงมาแสดงความบริสุทธิ์ใจขอเข้าชี้แจงโดยตรง เราก็ไม่ได้มีเจตจำนงจะหนีอะไรอยู่แล้ว เพราะก็ยังทำหน้าที่อยู่ในรัฐสภา ซึ่งอาทิตย์นี้ก็มีประชุมกรรมาธิการหลายเรื่องด้วย ทั้งเรื่องการค้าออนไลน์ แพลตฟอร์มต่าง ๆ

นายภาวุธ เผยอีกว่า ตนก็งงกับเรื่องหมายจับดังกล่าว ดังนั้น พอมีข่าวออกมา ตนก็มาแสดงตัวเลย อย่างไรก็ต้องคุยกับเจ้าหน้าที่ว่าต้องการข้อมูลตรงไหนเพิ่มเติม เราก็พร้อมนำมาชี้แจงทั้งหมด แต่ก็แปลกใจเพราะเราก็ทำหน้าที่ สส. มีตำแหน่งชัดเจนทุกอย่าง ซึ่งการออกหมายจับ ก็คงเป็นการออกหมายจับที่กังวลว่าจะมีการหลบหนีหรือเปล่า ฉะนั้น อยากให้มั่นใจว่าตนไม่หลบหนีแน่นอน และแสดงความบริสุทธิ์ใจมาพบเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ส่วนที่ตนโพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์ทำนองว่าการออกหมายจับ เป็นการใช้อำนาจเกินกว่าเหตุนั้น ตนก็มองว่ามันเป็นการตั้งคำถาม เพราะคดีหลายคดีในประเทศก็ยังใช้เวลา แต่คดีนี้ต้องยอมรับว่ามันถูกเร่งรัดผิดปกติ ที่สำคัญ คดีนี้มีผู้ต้องหาหลายคน แต่พอไปดู มันกลับมีแต่ชื่อตน (ขำเล็กน้อย) ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตนก็ออกมาแค่คนเดียว กลายเป็นว่าคนอื่นไม่มีเลย จึงเป็นข้อสงสัยว่าทำไมจึงเกิดขึ้นแค่ตน แล้วทำไมกรณีอื่นถึงล่าช้า มันเกิดอะไรขึ้น เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่

เมื่อถามว่ามองว่าตอนนี้เป็นเกมการเมืองหรือไม่นั้น นายภาวุธ อมยิ้มเล็กน้อยก่อนจิ๊ปาก และตอบว่า แล้วแต่จะคิดครับ เพราะตนอาจพูดได้ไม่ชัดมาก เพราะก็ไม่ได้มีหลักฐานอะไร แต่ก็มองเป็นข้อสงสัยที่สังคมก็ตั้งไว้เหมือนกัน เมื่อดูคดีนี้ จะเห็นว่าตนไม่ใช่ผู้ให้บริการ Forex และไม่ได้เป็น IB (ไอบี) : Introducing Broker และไม่ได้หลอกลวงชาวบ้าน ฉะนั้น เราไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่กลายเป็นผู้ต้องหาตรง ๆ ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องตรง ๆ แต่กลับถูกใช้เป็นเป้าหมายหลักของคดีนี้

นายภาวุธ เผยต่อว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าเส้นทางการเงินที่ตนเข้าไปเกี่ยวข้องนั้นสูงถึง 833 ล้านบาท ไม่ใช่ 28 ล้านบาทนั้น ตนอยากบอกว่า ตนเห็นข่าวนี้แล้ว และตกใจ เพราะตนไม่เคยมีเส้นเงิน 800 กว่าล้านบาทเข้ามาในบัญชีธนาคารแน่นอน ส่วนตัวเลข 28 ล้านบาทก็ได้แจงเจ้าหน้าที่ไปแล้วว่าเงินที่มาที่ไปเป็นอย่างไร มันมีที่มาที่ไปชัดเจน ไม่ใช่เงินผิดกฎหมาย แต่เพราะมันอยู่ในรูปคดี ตนจึงไม่อาจชี้แจงตรงนี้ได้ แต่ให้ความมั่นใจได้ว่า 800 กว่าล้าน ไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง ซึ่งก็ต้องไปคุยกับเจ้าหน้าที่ว่าเป็นตัวเลขที่มาจากไหนอย่างไร

นายภาวุธ เผยด้วยว่า ส่วนหลักฐานเพิ่มเติมที่ตนนำเข้ามาชี้แจงกับดีเอสไอในวันนี้นั้น จะเป็นหลักฐานเกี่ยวกับเลขบัญชีธนาคารทุกบัญชี ซึ่งตนมีหลายบัญชี และมันก็มีรายละเอียดจำนวนมากที่เขาขอเพิ่มเติมจากปกติ ตนจึงต้องขอกลับไปเตรียมข้อมูลในตอนนั้น

นายภาวุธ ระบุว่า ส่วนการเทรดทองคำ 28 ล้านบาท ยืนยันว่าเป็นการเทรดทองคำกับบริษัท คิวอาร์เอสฯ (QRS) และเป็นเจ้าเดียวที่ตนเทรดด้วย แต่ยอมรับว่าเคยศึกษาเรื่องการเทรด ก็มีการเทรดเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็เทรดกับแค่บริษัท QRS อยู่เจ้าเดียว ส่วนเจ้าอื่น ๆ โบรกเกอร์อื่น หรือไอบีอื่น ตนไม่รู้จักและไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น และส่วนที่หลายคนบอกว่าเส้นเงินนั้น ไม่ใช่เส้นเงินจากการเทรดทองคำ ตนอยากแจงว่า มันอยู่ในสำนวน ตนได้ชี้แจงไปแล้ว แต่ขอให้มั่นใจได้ว่าตนไม่เกี่ยวสแกมเมอร์ ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ ไม่ได้ไปหลอกลวงใคร ขอให้มั่นใจ 100% เงินทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ชี้แจงได้ทั้งหมด

นายภาวุธ ระบุต่อว่า หากดูจากเส้นทางการเงินจะเห็นว่าทุกอย่างล้วนพุ่งมาที่ตน เหมือนตนเป็นหัวขบวนการ ทั้งที่ไม่ใช่เลย ตนต้องย้ำว่า ตนเป็นเพียงคนเทรด และตนไม่ใช่ผู้ให้บริการ Forex ไม่ใช่เป็นคนชักชวนใคร ไม่ได้เจอใคร ดังนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้น ก็ไม่ได้เป็นเราที่มีความเกี่ยวข้อง ตนมั่นใจว่าเราเป็นแค่คนเทรด เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเทรด ก็ต้องยอมรับว่า บางครั้งการเทรด เราเทรดผิดพลาดเอง ผิดจังหวะเอง มันเกิดจากการที่เรากดเอง ดังนั้น ตนไม่โทษว่าผู้ให้บริการโบรกเกอร์เป็นคนผิด แต่สิ่งที่ตนตัดสินใจผิดคือในฐานะที่ลงทุนไป และคดีนี้ก็ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่เหมือนอย่าง Forex-3D เพราะนั่นคือการหลอกลวงลงทุน

นายภาวุธ เผยอีกว่า หมายจับของดีเอสไอที่ขอศาลในตอนนี้คือ พ.ร.บ.คอมพ์ และฉ้อโกงประชาชน อีกทั้งยังเตรียมพิจารณาฐานความผิดแชร์ลูกโซ่ด้วยนั้น ตนยืนยันว่าจะต้องชี้แจงทั้งหมด เพราะเราไม่เกี่ยวข้องจริง ๆ ส่วนเรื่องการขอปล่อยตัวในชั้นพนักงานสอบสวนก็ต้องลองดู เพราะวันนี้เรามาเเสดงความบริสุทธิ์ใจและไม่หนี เพราะยังมีหลายเรื่องที่ต้องไปขับเคลื่อนอีก หากได้ออกไป ก็จะได้ทำงานตรงนั้นต่อ ถึงแม้สภาจะปิดไปแล้ว แต่ก็มีประชุมกรรมาธิการอยู่เรื่อย ๆ

นายภาวุธ เผยต่อว่า วันนี้ตนบริสุทธิ์ใจมาก ๆ ที่มาในวันนี้ ตนก็ยังตกใจว่าก่อนหน้านี้เราเป็นผู้ต้องสงสัย มาให้การในฐานะพยาน แต่วันนี้กลับสถานะจะเปลี่ยนเป็นผู้ต้องหา เลยต้องมาวันนี้มาฟังดู ก็ยอมรับว่าแปลกใจจริง

หลังจากที่นายภาวุธ ได้ให้สัมภาษณ์เสร็จ ก็ตัดสินใจเดินขึ้นไปด้านบนอาคาร ชั้น 9 กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เพื่อจะเข้าพบพนักงานสอบสวนแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ก็ไม่พบพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบทำคดี จึงลงมาเปิดเผยสั้น ๆ กับสื่อมวลชนว่า เนื่องจากวันนี้ตนไม่ได้ประสานเจ้าหน้าที่ไว้เพราะเห็นตามข่าวว่าจะมีการออกหมายจับ ตนเลยแสดงความบริสุทธิ์ใจเพื่อเข้ามา แต่ก็ไม่ได้พบเจ้าหน้าที่เจ้าของสำนวน แต่เจอเจ้าหน้าที่ส่วนอื่น และได้ทำหนังสือแจ้งไว้ว่าเราแจ้งเจตจำจงไม่ได้หนีไปไหน เพราะตนยังมีประชุมที่รัฐสภาอีกหลายครั้ง ก็กังวลว่าหากกลัวว่าตนจะหนีแล้วไปบุกจับมาแล้วไม่ให้ประกันตัว ตนก็คงทำงานที่ค้างอยู่ลำบาก จึงเข้ามาแจ้งไว้ก่อน จึงทำหนังสือลงแจ้งไว้ ทั้งนี้ ตนไม่คาใจ เพราะอาจเป็นเพราะเราอยากแสดงความบริสุทธิ์ใจเร็วไปหน่อย เห็นข่าวก็เลยรีบมา แต่ไม่เป็นไร เพราะสื่อที่เห็นก็เป็นพยานได้ว่าตนบริสุทธิ์ใจมาเข้าให้ข้อมูลแล้ว

หากมีการออกหมายจับจริง ๆ ตนก็พร้อมเข้าพบเจ้าหน้าที่ อย่างวันนี้ก็เข้าพบก่อนที่จะรู้ได้ว่าหมายจับออกจริงหรือไม่ ก็พร้อมชี้แจงข้อมูล ส่วนอยากจะร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดหรืออธิบดีดีเอสไอหรือไม่ เพราะในตอนนี้ได้ปรากฏตัวต่อหน้าพนักงานสอบสวนแล้ว แต่ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่นั้น ตนอยากชี้แจง เพราะถ้าดูภาพรวมคดี ตนไม่ใช่คนหลอกลวงหรือฉ้อโกงจริง ๆ จึงอยากฝากศาลและอัยการ ว่าคดีนี้คนเกี่ยวข้องเยอะ แต่มีเพียงชื่อตนที่ออกมาในหน้าข่าว อยากขอความเห็นใจว่าเราเองก็ตั้งใจทำงาน อยู่ในสปอตไลต์มาตลอด

ส่วนประเด็นที่ทำให้ตนมาถึงจุดนี้เพราะไปตรวจสอบโครงการรัฐบาลอย่างเข้มข้นนั้น ตนมองว่าเป็นหน้าที่อยู่แล้ว มันมีหลายเรื่องที่เราต้องทำ ถึงแม้การมีคดีนี้จะทำให้เราทำงานช้าขึ้น แต่ความตั้งใจทำงานของตนก็ยังมีอยู่ต่อไป.