เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผู้บังคับการกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) สั่งการให้ชุดสืบสวน กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเข้าจับกุม นายธนัช อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดปราจีนบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ ได้บริเวณด้านหลังสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต 2) เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อต้นปี 2566 ผู้เสียหายรายหนึ่งได้รับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานใหญ่ธนาคาร แจ้งว่ามียอดค้างชำระสินเชื่อจำนวน 89,000 บาท ก่อนให้แอดไลน์เพื่อติดต่อ จากนั้นมีผู้ร่วมขบวนการสวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ อ้างว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน และสั่งให้โอนเงินทั้งหมดในบัญชีมาตรวจสอบ โดยอ้างว่าจะโอนคืนหากพิสูจน์ได้ว่าบริสุทธิ์

ด้วยความหวาดกลัว ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อโอนเงินจำนวน 89,000 บาท ก่อนถูกตัดการติดต่อ จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี

ต่อมา เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายธนัชกำลังหลบหนีจากจังหวัดนครราชสีมามุ่งหน้าลงภาคใต้ จึงวางกำลังเฝ้าติดตามบริเวณสถานีขนส่งหมอชิต 2 กระทั่งพบตัวและแสดงหมายจับ ก่อนควบคุมตัวมาทำบันทึกการจับกุม และส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายธนัชให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าเมื่อปี 2565 เคยสมัครขอสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชันเงินกู้ออนไลน์ประมาณ 4-5 แอป ซึ่งต้องส่งข้อมูลส่วนตัว สำเนาบัตรประชาชน และสแกนใบหน้า แต่สุดท้ายไม่ได้รับเงินกู้ คาดว่าข้อมูลดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้เปิดบัญชีม้าโดยที่ตนไม่รู้ตัว

อย่างไรก็ตาม ในชั้นจับกุมผู้ต้องหายอมรับสารภาพตามข้อกล่าวหา พร้อมฝากเตือนประชาชนว่า ไม่ควรหลงเชื่อแอปพลิเคชันเงินกู้ออนไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ และไม่ควรส่งข้อมูลส่วนบุคคลหรือสแกนใบหน้าให้บุคคลหรือแอปพลิเคชันที่ไม่ได้รับการรับรอง เพราะอาจถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรมทางการเงินได้

ตำรวจสอบสวนกลางยังฝากเตือนประชาชนว่า ไม่มีธนาคาร หน่วยงานราชการ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใด จะสั่งให้ประชาชนโอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีหรือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หากได้รับสายลักษณะดังกล่าว ขอให้ตั้งสติ วางสายทันที และติดต่อสอบถามหน่วยงานนั้น ๆ ผ่านช่องทางทางการโดยตรง เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์.