กรณี น.ส.เอียนนา นัคซีโมว่า อายุ 22 ปี และ นายโรมัน นัคซีโมว่า อายุ 17 ปี 2 พี่น้องสัญชาติรัสเซียสูญหายปริศนา ในพื้นที่ สภ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี โดยตำรวจตามแกะรอยจนพบว่ามีบุคคลต้องสงสัย 2 รายคือ นายป๋อง และนายธง ซึ่งต่อมาทราบว่าได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ไปแล้ว กระทั่งพบผู้ต้องสงสัยทั้งสองแต่งกายเลียนแบบตำรวจ ขี่รถ จยย.แหกด่าน ในพื้นที่ จ.จันทบุรี มุ่งหน้าไปทาง จ.สระแก้ว ต่อมา ผบช.ภ.2 มีคำสั่งให้ทุกโรงพักปูพรมค้นหา และตั้งด่านตรวจละเอียดรถโดยสารทุกคัน โดยเฉพาะพื้นที่ติดชายแดน วันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
อำมหิต5ศพ! ‘ไอ้ป๋อง’ แย้มเพิ่มก่อเหตุสังหาร 3 พ่อแม่ลูก ฝังอำพรางใกล้พี่น้องรัสเซีย
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 31 ก.ค. รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำนายธง ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายป๋อง ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์สองพี่น้องชาวรัสเซียจริง โดยก่อนเกิดเหตุนายป๋อง ขี่รถจักรยานยนต์มารับตนที่บ้านพักเพื่อจะไปหา นายติ๊ก แต่ไม่เจอ จึงกลับที่พัก แต่ระหว่างทางขี่รถกลับบังเอิญเจอผู้เสียชีวิตทั้งสองคน จอดรถอยู่ริมทาง ทำให้เกิดความโลภต้องการจะชิงรถจักรยานยนต์ นายป๋องและตนจึงออกอุบายทำทีแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปขอตรวจค้น ก่อนที่นายป๋อง จะเป็นคนใช้อาวุธปืนจี้ข่มขู่และจับผู้ชายใส่กุญแจมือ พร้อมทั้งเปลี่ยนไปขี่รถคันดังกล่าว ก่อนจะให้ผู้หญิงมานั่งซ้อนท้ายรถ จยย.ของตน แล้วขับพาไปที่จุดเกิดเหตุแถว “ยางใหญ่”
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ นายป๋อง ได้เดินคุมผู้เสียชีวิตทั้งสองเข้าไปในป่า ก่อนใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่ท้องผู้ชาย โดยที่ไม่ได้มีการโต้เถียงกันแต่อย่างใด ก่อนจะหันมาสั่งให้ตนเดินกลับไปเอาจอบที่รถ ซึ่งระหว่างที่ตนกำลังเดินไปเอาจอบนั้นก็ได้ยินเสียงปืนนัดที่สองดังขึ้นตามมา เมื่อตนเดินกลับมาถึงก็พบว่า ผู้ชายเสียชีวิตแล้ว ส่วน ผู้หญิงนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นซึ่งไม่แน่ใจว่าตอนนั้นเสียชีวิตแล้วหรือยัง
นายธง ให้การต่อว่า หลังจากนั้น นายป๋อง ได้สั่งให้ตนขุดหลุมลึกประมาณอก แล้วนำร่างของทั้งสองฝังรวมกัน ก่อนจะนำรถจักรยานยนต์ของผู้ตายไปซุกซ่อนไว้ในป่า แล้วนำมาชำแหละที่บ้านตนเพื่อนำอะไหล่ เครื่องและล้อ ไปขายให้ “ช่างเหน่ง” แต่ช่างเหน่งไม่รับซื้อเพราะไม่มีที่มาที่ไปชัดเจน สุดท้ายจึงตัดสินใจนำอะไหล่ไปฝังดิน
นอกจากนี้จากการสอบปากคำ นายธง ยังยอมรับด้วยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงประมาณกลางเดือนมิถุนายน ตน นายป๋อง นายบอล และ เพื่อนของนายบอล รวม 4 คน ได้ก่อเหตุบุกฆ่าชิงทรัพย์ 3 พ่อ-แม่-ลูก โดยใช้วิธีการเดียวกันกับสองพี่น้องชาวต่างชาติ และ ใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันในการสังหารผู้ตายทั้งสองคดีรวม 5 ราย
โดยคดีฆ่า 3 พ่อแม่ลูก เริ่มจากตนและพวก ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ไปที่บ้านของผู้เสียชีวิตแถวแอมบาสเดอร์ในช่วงเวลาประมาณ 22:00 – 23:00 น. เมื่อไปถึง นายป๋อง ก็ทำทีแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยการใส่เสื้อคลุมสีดำแขวนบัตรคล้ายเจ้าหน้าที่ เดินเข้าไปเคาะประตูเรียกผู้เสียชีวิต ที่เป็นสามีภรรยา ก่อนจับใส่กุญแจมือ ระหว่างนั้นลูกสาวของทั้งสองกลับจากร้านสะดวกซื้อพอดี จึงถูกคุมตัวไว้ด้วยเช่นกัน ก่อนนายป๋อง จะพาทั้ง 3 คนขึ้นรถกระบะของผู้เสียชีวิตไปยังจุดฝังศพ ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่ฝังศพสองพี่น้องชาวรัสเซีย เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ นายป๋อง ก็สั่งให้ตนไปขุดหลุมรอไว้ เมื่อเห็นว่าตนขุดเสร็จ นายป๋อง ก็ใช้อาวุธปืนยิงใส่ทั้ง 3 จนเสียชีวิต ก่อนจะชิงทรัพย์เอารถกระบะและโทรศัพท์มือถือของผู้ตายไป เพื่อจะนำไปใช้รับส่งยาเสพติด
คำให้การของ นายธง ยังอ้างอีกด้วยว่า ตนไม่ได้เต็มใจจะร่วมกระทำผิดกับนายป๋อง แต่เป็นการทำเพราะจำยอม เนื่องจากกลัวว่านายป๋องจะทำอันตรายครอบครัวของตน
ขณะที่ในส่วนการสอบปากคำ นายป๋อง กรณีคดีฆ่าสองพี่น้องชาวรัสเซีย เจ้าตัวยอมรับว่า เดิมทีตั้งใจจะก่อเหตุเพียงแค่ชิงทรัพย์ เท่านั้น แต่ ผู้ชายต่อสู้ขัดขืน จึงตัดสินใจใช้ปืนยิงจนเสียชีวิตศพแรก ส่วนผู้หญิง ระหว่างที่นายธง คุมตัว ได้พยายามดิ้นต่อสู้ขัดขืน ตนจึงได้ทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ก่อนที่ตนกับนายธง จะช่วยกันขุดหลุมแล้วนำทั้งสองศพไปฝังอำพรางไว้ ก่อนนำรถจักรยานยนต์มาใช้ แต่เมื่อเห็นข่าว จึงร่วมกับนายธง ชำแหละรถจักรยานยนต์แล้วนำไปฝังดิน
ส่วนโทรศัพท์มือถือของผู้ตายทั้งสอง เดิมทีตั้งใจจะเก็บไว้ใช้แต่ติดรหัสผ่านหรือติด iCloud ไม่สามารถใช้งานได้ จึงนำไปทิ้ง ส่วนสภาพหลุม ที่ขุดฝังศพสองพี่น้องชาวรัสเซียนั้น อยู่ด้านบนเนินเขา บนปากหลุม ใช้หญ้าปลูกปิดอำพรางสายตา เมื่อเจ้าหน้าที่ขุดขึ้นมาตรวจสอบ พบสภาพศพ ผู้หญิงถูกมัดมือไพ่หลัง ไม่สวมเสื้อใน สวมเสื้อสีแดง และสวมกางเกงชั้นในตัวเดียว ส่วนร่าง ผู้ชายอยู่ในสภาพถูกมัดมือมัดเท้า มีบาดแผลถูกยิงที่ท้องและศีรษะ
ส่วนคดีฆ่าชิงทรัพย์ 3 พ่อแม่ลูก นายป๋องให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันกับนายธง,นายบอล และนายฟลุค บุกบ้านปล้นฆ่าชิงทรัพย์จริง โดยตนเป็นคนใช้ปืนยิงคนเป็นสามีเสียชีวิต 1 ราย ส่วนอีก 2 ราย ที่เป็นผู้หญิงและเด็ก นายบอล เป็นคนลงมือฆ่า ซึ่งจากการตรวจสอบสภาพศพ ทั้ง 3 ราย ถูกฝังอยู่ในป่ามะพร้าว ขุดหลุมลึกประมาณ 3 เมตร แล้วเรียกมายิงทิ้งที่ละคน แล้วใช้เท้าถีบลงหลุม ก่อนจะฝังสามศพซ้อนกันอยู่ในสภาพเน่าเปื่อยติดกระดูก
ต่อมานางปริศนา อายุ 45 ปี ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.ประกาศิต พละเดช สว.สอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่านายวิเชียร อายุ 53 ปี พี่เขย และน.ส.ฉันทนา อายุ 50 ปี พี่สาว น.ส.นิชาภา อายุ 18 ปี หลานสาว ได้หายออกจากบ้านไปอย่างไร้ชะตากรรม เกรงว่าจะได้รับอันตราย เพราะไม่เคยขาดการติดไปเช่นนี้ ตอนแรกกลัวว่าทั้งคู่จะทะเลาะเบาะแว้งกัน และด้านหลังก็มีบ่อจระเข้ ตนพยายามชี้เบาะแสให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ แต่ก็ได้แต่ถ่อยคำที่ ตัดพ้อกำลังใจ กระทั่งเกิดเหตุสองพี่น้องชาวรัสเซียหายตัวไป เจัาหน้าที่จึงออกติดตามช่าตัวผู้ก่อเหตุ ถึงรู้ว่าความจริงว่า เป็นผู้ก่อเหตุกลุ่มเดียวกัน



