เมื่อเวลา 11.55 น. วันที่ 5 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ได้รายงานผลประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ว่า นายปกรณ์กำลังเตรียมผลการตรวจสอบที่เป็นลายลักษณ์อักษรอยู่ ที่ตนบอกว่าจบคือจบ ไม่มีการปกป้องใคร คำว่าปิดชื่อถือพฤติกรรมค่อนข้างกระจายไปในระบบราชการ เปิดมาแจ๊กพอตโดนคนไหนก็คนนั้นไม่ว่าจะใหญ่จะเล็กจะเป็นการเมืองเป็นประจำก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย 

เมื่อถามว่าตามที่นายปกรณ์บอกว่ามีคนเข้าไปมีส่วนร่วมกว่า 100 คน มีนักการเมืองด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนปิดชื่อถือพฤติกรรม ตนไม่จำเป็นต้องไปรู้ว่าใคร เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมการไปสืบสวน ตนไม่ต้องการเห็นชื่อไม่ต้องการรู้ สมมุติใครติดต่อมาหาตนหรือคนที่อยู่รอบตัว ก็ตอบได้เต็มที่ว่าไม่รู้ไม่ยุ่งเกี่ยว โทษหนักก็เข้าคุก โทษไม่หนักก็ลดหลั่นลงแค่นั้นเอง 

“จะไปถามทำไมว่ามีนักการเมืองหรือไม่ ผมมอบหมายให้คณะกรรมการแต่ละชุดมีอำนาจ ผมไม่สามารถไปบังคับได้เลย เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั่นนอกเหนือการกำกับดูแลของผม หรือแม้กระทั้งคณะกรรมการที่ผมตั้งไปก็ไม่ไปก้าวก่ายไม่ถามใดๆ ทั้งสิ้น ตนยังบอกว่าในการรายงานต่างๆ ให้ระบุสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไปให้ชัดเจน

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการรีเซตกระทรวงมหาดไทย จะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรอบหน้าได้เลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็ไม่เกิน 30 ก.ย.นี้” 

เมื่อถามต่อว่าอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) คนปัจจุบันมาอยู่ในตำแหน่งนี้ได้อย่างไร เป็นสายใคร นายกฯ กล่าวว่า เขามาตามความก้าวหน้าของการรับราชการของเขา ตั้งตามหน้าที่การงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทยเสนอขึ้นมาว่ามีความเหมาะสมในช่วงเวลานั้นๆ ตนก็ต้องฟังปลัดกระทรวง ในระดับอธิบดีส่วนใหญ่ถ้าไม่มีความเห็นแย้งกัน ตนก็เสนอเข้า ครม. แต่ถ้าเข้ามาแล้วทำผิดก็เป็นไปอย่างที่เห็น ทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเองในการทำหน้าที่ 

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณีการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ยังคงยืนยันที่จะเข้าร่วมประชุมอยู่ จนทำให้ประชุมล่มอีก ว่า เรื่องการประชุมบอร์ด กสทช. ก็เป็นของ กสทช. แต่ตนยังคงยืนยันจะทำตามกฎหมายทุกอย่าง 

เมื่อถามว่าจะยังรอที่ประชุมวุฒิสภาเห็นชอบก่อนนำเรื่องถอดถอน นพ.สรณ ขึ้นทูลเกล้าฯ หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนทำตามกฎหมายทุกอย่าง ไม่มีผิดอยู่แล้ว 

นายอนุทิน ตอบคำถามผู้สื่อข่าว กรณีข้อมูลส่วนตัวหลุด คาดว่า มาจากกรมการขนส่งทางบก ว่า ยังไม่ได้รับรายงานในรายละเอียด แต่ได้แจ้งไปแล้วว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎระเบียบ เรื่องการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งตามระเบียบหรือทีโออาร์ ผู้ที่จะมาทำระบบนี้ได้มีการกำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้ว ก็ต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเต็มที่ เนื่องจากผิดกฎหมาย ที่คนที่รับผิดชอบปล่อยให้ข้อมูลรั่วไหล

“เขาคงมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนในระดับกรมหรือระดับหน่วยงาน โดยเราก็บอกแล้วว่าจะรั่วไหลไม่ได้ เพราะเวลาเขามาขอทำระบบ เมื่อ ครม.อนุมัติก็ต้องอนุมัติบนพื้นฐานว่า มีการป้องกันอย่างสูงสุดอยู่แล้ว”