จากกรณี นายศักรินทร์ วิชาจารย์ พนักงานราชการ สังกัดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เสียชีวิตจากเหตุถูกสัตว์ป่าทำร้าย ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ บริเวณลำห้วยทับเสลา อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี โดยพบรอยเท้าเสือโคร่งอยู่บริเวณใกล้เคียงและพบศพของ นายศักรินทร์ สภาพถูกสัตว์ป่ากัดกิน ภายหลังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งจึงประกาศปิดชั่วคราว พร้อมออกมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 5 ส.ค. เพจเฟซบุ๊ก Thailand Tiger Project DNP ของ ทีมวิจัยศึกษานิเวศวิทยาเสือโคร่ง กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (DNP) ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “….ข้อเท็จจริง กรณีเสือโคร่งกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สถานที่เกิดเหตุ (ครัวมะขาม) เป็นอาคารเปิดโล่งที่มีราวรั้วต่ำๆ ล้อมมีฝั่งด้านในเป็นที่นั่งโดยรอบและเว้นช่วงเป็นช่องทางสำหรับเดินเข้าออก ข้างๆ อาคารมีเส้นทางที่ปรากฏรอยตีนเสือโคร่งสม่ำเสมอเป็นปกติ

ในอดีตเคยมีเจ้าหน้าที่ใช้เป็นที่พักนอนมาก่อน ซึ่งครั้งนี้เจ้าหน้าที่กางมุ้ง นอนที่พื้นอาคาร พร้อมพัดลม สภาพพื้นที่หลังเกิดเหตุ พบขนเสือหลุดร่วงที่พื้นที่นั่งและมีร่องรอยที่บ่งชี้ว่า เสือหิ้วมนุษย์ออกไปโดยการข้ามราวรั้วอย่างง่ายดาย ไม่ได้เดินไปตามช่องว่างที่ราวเว้นไว้ และไม่มีรอยเลือด หรือหยดเลือดในบริเวณที่นอนห่างจากตัวอาคารราว 15 เมตร พบมุ้งเขียวที่เปื้อนเลือดห่างกองอยู่ ระหว่างทางที่พบรอยเสือโคร่งเดิน ไม่พบหยดเลือดหรือ รอยเลือด???กระทั่งปลายทางพบผู้เสียชีวิตที่มีร่องรอยโดนกัดกิน แต่รอยเลือดแห้งแล้ว

พฤติกรรมที่เสือโคร่งตอบสนองต่อมนุษย์ จากการเฝ้าติดตามพฤติกรรมเสือโคร่ง พบว่าเสือโคร่งหลบเลี่ยงมนุษย์ที่มีการเคลื่อนไหว เช่น หากเสือมนุษย์นั่งอยู่ จะขยับหลบหนีทันทีที่มนุษย์ลุกขึ้นยืนหรือขยับตัว

ดังนั้นการที่เสือโคร่งคาบมนุษย์ออกจากที่นอนอย่างง่ายดาย และไม่ปรากฏร่องรอยดิ้นรน ต่อสู้ จึงเป็นเหตุการณ์ที่ชวนสงสัยยิ่ง หรือว่า หลับลึกเกินกว่าจะรู้สึกถึงความเจ็บจากกรงเล็บ และคมเขี้ยว ท้ายที่สุดคงต้องรอผลชันสูตรจากแพทย์ ก่อนที่จะสรุปและวางแผนป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่พฤติกรรมปกติของเสือโคร่งที่จ้องล่ามนุษย์เป็นอาหารแน่นอน #เหตุสลดคนกับเสือห้วยขาแข้ง.

ขอบคุณเฟซบุ๊ก Thailand Tiger Project DNP