น่าสนใจตั้งแต่ชื่อนักแสดงเลยทีเดียวสำหรับภาพยนตร์ไทยเรื่อง “เพื่อนรัก เพื่อนลับ (Behind The Screens)” ที่นำแสดงโดยนักแสดงคุณภาพแถวหน้าของวงการ เช่น ป้อง ณวัฒน์, ก้อย รัชวิน , เร แม็คโดนัลด์, เต้ ปิติศักดิ์ , บอย ภิษณุ จุฑานิ่มสกุล , เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย , ส้ม ณัฐวรา หงษ์สุวรรณ ฯลฯ เรียกว่าฝีมือไม่ต้องพูดถึงเพราะตัวพ่อตัวแม่ของวงการบันเทิงทั้งหมด ในแง่ของเนื้อหาก็น่าสนใจมาก เพราะมีการตีความและนำเสนอในรูปแบบที่ทุกคนต้องเคยเจอในชีวิตและมีการดึงเอา “ความลับ” ของแต่ละคนมาขยี้ปมให้สนุกขึ้น

งานนี้เพราะความน่าสนใจนี้ “บันเทิงเดลินิวส์” จึงไม่พลาดคว้าตัว 5 นักแสดงนำได้แก่ เร , เต้ , บอย , เมโกะ และ ส้ม มาพูดคุยกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ
แนะนำคาแรคเตอร์ของตัวละครที่ได้รับสักหน่อย?
เต้ ปิติศักดิ์: ตัวละครทั้งหมดตามชื่อเรื่องเราเป็นเพื่อนกันแต่คาแรกเตอร์และมิติของแต่ละคนก็แตกต่างกันรวมไปถึงอาชีพการงานข้อแตกต่าง เหมือนชีวิตของคนปกติอย่างผมรับบทธวัชเป็นทนาย ซึ่งภรรยาของผมรับบทโดยคุณส้ม-ณัฐวราครับ
ส้ม ณัฐวรา : ส้มรับบทเป็นลิซ่า ซึ่งเป็นภรรยาของธวัชเป็นตัวละครที่มีความลับเป็นของตัวเองหมดทุกคน และตัวละครมีความชื่นชอบในการดื่มแอลกอฮอล์
เมโกะ ชนนิกานต์ : รับบทเป็นอริน เป็นคนที่เด็กที่สุดในกลุ่ม ซึ่งเป็นสมาชิกใหม่ พี่ๆทุกคนเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว เรามารู้จักพี่ๆเขาได้ด้วยความที่สามีของเราก็คืออัธ รับบทโดยคุณบอย ภิษณุ เป็นแก๊งเพื่อนกับพวกเขามานาน แล้วเราเข้ามาทีหลังและได้มาร่วมทานอาหารมื้อนี้พร้อมเล่นเกมสนุกๆด้วยกัน
เร แม็คโดนัลด์ : ผมรับบทเป็นโป้งครับ ผมเล่นเป็นตัวเองอีกมิตินึง(หัวเราะ) ด้วยความที่ 5 ปีเล่นทีได้มาเล่นเรื่องนี้เราก็ดีใจ ได้เล่นกับคนที่เราเคยเล่นด้วยและคนที่เราอยากเล่นด้วย พอเจอกันวันแรกแล้วมันกลมกลืนช่วยผลักช่วยเสริมกัน
บอย ภิษณุ : ผมเล่นเป็นอัธ เป็นสามีของอรินครับ
เหตุผลที่รับเล่นเรื่องนี้?
เร แม็คโดนัลด์ : ผมสารภาพเลย คือบทเรื่องนี้ดีมาก แล้วเหตุการณ์เกิดขึ้นในไม่กี่โลเคชั่น มันสามารถเล่าเรื่องได้โดยไม่มีการตกท้องช้าง มีเหตุการณ์เกิดขึ้นตลอดเวลา เพื่อนกัน6-7คนที่นั่งอยู่บนโต๊ะทุกคนเด่นหมด จังหวะทุกคนดีหมด ถ้าพูดตรงๆคือทุกคนทราบแล้วว่ามันเป็นหนังรีเมคจากอิตาลีที่ทำหลายประเทศแล้ว ย้อนไป5-10 ปีเรื่องนี้เคยเกือบถูกสร้างและมันเกิดอะไรขึ้นไม่รู้พอมันหวนคืนกลับมา เราก็คว้าไว้เพราะเราก็กึ่งๆเกษียณไม่มีใครจ้างแล้ว(หัวเราะ) ลุงก็รู้สึกว่ามันกลับมาแล้วมันเหมือนเป็นdestiny ถึงตอนนั้นเราก็ไม่รู้ต้องเล่นเป็นตัวไหน แต่เรารู้สึกว่ายังไงเราก็ต้องเล่น
เมโกะ ชนนิกานต์ : อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้บทมันดีมากจริงๆ เราได้อ่านบทกันก่อน แค่อ่านบทเรายังสนุกเลย เราจินตนาการตามว่ามันจะต้องสนุกมากแน่ๆ และท้าทายตัวเองมากด้วย ซีนหนึ่งเราเล่นกันบทเป็น 10 หน้า ซึ่งจังหวะหรืออะไรแบบนี้มันก็ค่อนข้างใหม่สำหรับหนังไทยเหมือนกัน หลายคนอาจจะเคยดูรีเมกจากประเทศอื่น ก็อยากให้ลองเปิดใจดูหนังไทยกันค่ะ
ส้ม ณัฐวรา : ส้มตัดสินใจรับเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้พอได้เล่นกับไอดอลเราเป็นเราพี่ๆนักแสดง จากบทนี้แล้วก็ดีใจที่ได้เล่นกับพี่ๆเขา ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้มีโอกาสไปเล่นเป็นภรรยาพี่เต้ดีใจมากค่ะ
เต้ ปิติศักดิ์: ถึงแม้ว่ามันจะเป็นหนังรีเมกแต่ผมอยากให้มองเป็นอีกมุมนึง เพราะวัฒนธรรมไทยมันก็จะมีมุมมองของเรื่องเดียวกัน ถึงแม้ว่าคนทั้งโลกจะทำแบบเดียวกันแต่วิธีแบบไทยมันก็จะมีอยู่ และหลายคนก็เป็นแบบเดียวกัน แล้วแต่ละคนจะรับมือแบบเดียวกับเราหรือเปล่าอันนี้น่าสนใจครับ

เวอร์ชันนี้แตกต่างจากประเทศอื่นๆอย่างไร?
ส้ม ณัฐวรา: จริงๆส้ม มองถึงเรื่องของความเป็น universal ของมันไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไหนก็ต้องมีความเป็นมนุษย์ที่ Culture สามารถเข้าถึงได้ เป็นดราม่าในชีวิตที่เจอกันได้อยู่ในทั่วๆไปก้าวข้ามผ่านวัฒนธรรมและเชื้อชาติไป
ภาพยนตร์เรื่องนี้เน้นถ่ายทำบนโต๊ะอาหารอารมณ์และความกดดันมันเป็นยังไงบ้าง?
ส้ม ณัฐวรา : อย่างที่บอกว่าบทมันเยอะมากซีนนึงบท 10 หน้า คือมันสะใจมากและท้าทายมาก เรารู้สึกว่าทุกคนท่องบทได้เป๊ะและอิมโพรไวท์ได้สนุกคือได้ใช้ทุกอย่างที่สะสมมาในชีวิตที่เกี่ยวกับการแสดงมาใช้ในเรื่องนี้
เมโกะ ชนนิกานต์ : ถ่ายแต่ละเทคไม่เหมือนกัน ซักเทค แต่ว่ามันสนุกทุกคนใส่กันเต็มที่จริงๆ
เต้ ปิติศักดิ์ : ผู้กำกับอยากให้เป็นแบบLong take เพราะถ้าเล่นไปแล้วคัตไปมันจะสมูทแล้วมันจะกลายเป็นว่าเดี๋ยวจะมีแอ็คชั่นบีสของแต่ละคนที่เยอะมาก เรียกว่ามันเยอะมากจริงๆขึ้นอยู่กับเราแล้วว่าจะเล่นยังไง 20-30 อันมันสะใจมาก
มีซีนไหนที่กดดันเป็นพิเศษไหม?
เต้ ปิติศักดิ์ : ผมว่าเราเฉลี่ยความกดดันอย่างที่พี่เรพูดตอนต้น ว่าถึงแม้พวกเราจะอยู่กัน6-7คน มีทั้งเมียเพื่อนเมียตัวเองและอะไรก็แล้วแต่ ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองหมดเลยอย่างที่ผมพูดไปเรื่องแอ็คชั่นบีสคือทุกคนได้รับจังหวะของการเล่นที่ต่อเนื่องกันหมด สมมุติว่าคนนึงได้รับ20แอ็คชั่นบีส เราอยู่กัน7คน รวมๆแล้วมันมีสิ่งที่เราต้องส่งต่อให้กันเยอะมาก มันเลยกลายเป็นความหมายและความสวยงามและผมว่าตรงนี้แหละ ที่มันจะเป็นอรรถรสของคนดู ผมว่าคุณดูน่าจะคิดตามตลอดเวลาว่าถ้าเป็นเราจะทำแบบนี้หรือจะทำแบบนั้น
เมโกะ ชนนิกานต์ : หัวใจหลักของเรื่องนี้คือความลับของแต่ละคน คุณลองเอาเกมนี้ไปเล่นกับเพื่อนสิคุณอาจจะสนุกเหมือนเราไหมล่ะ
แต่ละคนถ้าชีวิตจริงต้องเล่นเกมนี้จะเล่นกันไหม?
เร แม็คโดนัลด์ : เล่นครับเพราะว่าเพื่อนเหลือน้อยแล้ว (หัวเราะ) จริงๆเกมนี้เราเคยเล่นกับเพื่อนแล้วแต่ไม่ได้เล่นลึกขนาดนี้ จะเล่นกับเพื่อนที่นานๆเจอกันทีเก็บโทรศัพท์ไว้วางไว้บนโต๊ะเปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ ถ้ามีคนโทรเข้ามาใครรับเป็นคนแรกแล้วต้องเป็นคนจ่าย

ถ้าดูจากโปสเตอร์โดยรู้เรื่องราวมาก่อนจะดูออกไหมว่าใครร้ายที่สุด?
ส้ม ณัฐวรา: ส้มความน่าสนุกของเรื่องนี้มันเหมือนชีวิตจริงที่เราต้องดูคนให้ออก ไม่ว่าข้างหน้าจะเป็นยังไงแต่เราไม่รู้ว่าข้างในเขาเป็นยังไง มันขึ้นอยู่กับแอ๊คชั่นและสิ่งที่มันจะเกิดขึ้น ข้างนอกเขาอาจจะยิ้มแต่ข้างในเขาอาจจะเศร้าอยู่ก็ได้ หรือข้างนอกยิ้มแต่ข้างในอาจจะมีอะไร ซึ่งภายในกับภายนอกมันก็ไม่ได้ตรงกันตลอดเวลา
แล้วถ้าให้บอกว่าตัวละครไหนใสที่สุดในเรื่อง?
เต้ ปิติศักดิ์: ในความรู้สึกของผม ถ้าใสสุดๆ คือทุกคนมีความใสข้างในอยู่แล้ว มันมีเหตุผลของความใสและมีเหตุผลในความร้ายกาจ เรื่องนี้ใครร้ายสุดและร้ายทุกคนหรือเปล่า ในยุคที่โทรศัพท์เข้ามามีบทบาทในชีวิตเก็บทุกเรื่องราวไว้
หลังจากดูเรื่องนี้แล้วจะมีมุมมองจะเปลี่ยนไปยังไง?
เต้ ปิติศักดิ์: ผมว่านานาทัศนะครับ มุมหนึ่งเพราะทุกอย่างมันอยู่ในโทรศัพท์มากๆผมก็พยายามห่างมันเพราะมันเป็นต้นเหตุของความวุ่นวายอีกหนึ่งอย่าง ไม่ใช่เพราะเรามีความลับเยอะแต่เราอยากปล่อยให้ตัวเองเบื่อๆบ้างก็ได้
เมโกะ ชนนิกานต์ : แม้ว่ามือถือในยุคนี้มันเหมือนเป็นตัวสร้างปัญหาเหมือนกันนะคะ ในสังคมทุกวันนี้มันเหมือนทุกอย่างดีเพนออนอินเตอร์เน็ตเยอะมากว่าทำไมถึงไม่กดไลก์ให้ฉัน ทำไมไม่แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ฉันทำไมไม่โพสต์รูปด้วยกัน คือแค่ไม่กดไลก์กันมันก็กลายเป็นปัญหา หลายๆอย่างมันขึ้นกับวิจารณญาณของแต่ละคน แต่ว่าการเรื่องนี้จะทำให้คุณฉุกคิดอะไรบางอย่างได้
ส้ม ณัฐวรา: ในมุมที่มันมีบริบทของตัวละครเข้ามา มันมีเรื่องของความเป็นผู้หญิงในสังคมไทย นอกจากเรื่องมือถือแล้วมันยังมีเรื่องของความเป็นภรรยาเป็นแม่และมีความต้องการของตัวเองซึ่งอาจจะไม่ตรงกับภาพข้างนอกที่สังคมrespect ซึ่งส้มตีความในตัวละครมันก็มีเลเยอร์ตรงนี้และตัวละครก็ใช้โทรศัพท์เป็นส่วนหนึ่งในการระบายสิ่งที่กดตัวเองไว้ ซึ่งน่าสนใจเพราะเราไม่เคยเป็นแม่และได้มาทำในตรงนี้มันเป็นอะไรที่แปลกใหม่ให้เราได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับ culture ของของเรา
ความลับแบบไหนที่ไม่ควรเก็บไว้ในมือถือ?
บอย ภิษณุ : ผมว่าเรื่องแบบนี้มันเป็นแล้วแต่บุคคลเลย การเป็นคนโสดบางทีสิ่งที่เป็นความลับในโทรศัพท์เรา อาจจะไม่อยากให้คนอื่นรู้แต่สำหรับเราอาจจะธรรมดาก็ได้ ซึ่งตอนนี้ความลับในโทรศัพท์เราเพียบเลย(หัวเราะ) สำหรับคนที่มีคู่สิ่งที่ไม่ควรเลยคือการนอกใจความลับแบบนี้มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับความสัมพันธ์ของแต่ละคู่ แต่อาจจะต้องดูด้วยเจตนาว่ามันเป็นเจตนาความลับของเราเป็นแบบไหน บางทีมันอาจจะไม่ใช่ความลับสำหรับเราแต่พอเราเปิดเผยไปแล้วมัน ดันกลายเป็นความผิด
ส้ม ณัฐวรา : ต่อให้ทุกคนจะมีความลับแต่ทุกคนมีเหตุผลในการกระทำ หนังไม่ได้ทำมาเพื่อตัดสินว่าเธอมีความลับแล้วเป็นคนชั่ว แต่มันเป็นเรื่องของความเข้าใจความซับซ้อนของคนมากกว่า มันเป็นเรื่องที่ทำให้เรามาขบคิดในฐานะมนุษย์ในสังคมเดียวกันโดยที่ไม่ต้องไปชี้บอกว่าอะไรดีหรือไม่ดี
เต้ ปิติศักดิ์ เพราะฉะนั้นความลับไม่ได้อยู่ในแค่ในโทรศัพท์อย่างเดียวมันอยู่ที่เรา
เมโกะ ชนนิกานต์ : โทรศัพท์มันกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต มันเป็นพื้นที่ที่เราไว้คุยกับเพื่อนไว้ระบายโดยที่เราไม่ได้คิดว่ามันจะหลุดไปไหน เพราะมันเป็นของใช้ส่วนตัว เราเลยอาจจะไว้ใจมัน โดยที่เราไม่ได้คิดอะไร
ดูแล้วจะได้อะไร?
เร แม็คโดนัลด์ : ฝากด้วยครับดูแล้วสนุกแน่ครับ
บอย ภิษณุ : ผมรู้สึกว่าพวกเราทั้ง 7 คนเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วสนุกมาก รู้สึกว่าคิวที่เราไปทำงานมันผ่านไปอย่างรวดเร็วแล้วมันเหมือนเพื่อน7 คนที่ไปนั่งคุยกันจริงๆ บางทีคุยนอกเรื่องซะด้วยซ้ำแล้วค่อยมาเข้าคิวหนัง ผมว่ามันยากสำหรับหนังเรื่องนี้แต่ด้วยความที่เราทั้ง 7 คนมันกลมกลืนเหมือนเพื่อนจริงๆก็เลยอยากพิสูจน์ให้ทุกคนให้ทุกคนได้มีโอกาสมาดูว่าเพื่อน7 คนนี้มีอะไร
เต้ ปิติศักดิ์: ยุคนี้ยุค AI โทรศัพท์มือถือหรือสื่ออะไรอย่างนี้มันก็จำเป็น แต่ผมว่ามันจะทำให้เราคิดอะไรบางอย่างออกว่าเราควรจะดำเนินต่อไปยังไงดี ก็ฝากติดตามด้วยนะครับ

บันเทิงเดลินิวส์



