เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณไร่อ้อยและที่นาทางทิศตะวันตก บ้านวังเจริญ หมู่ 2 ตำบลห้วยม่วง อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น หลังโซเชียลมีเดียแห่แชร์ภาพดินยุบตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่สร้างความหวาดผวาให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่

นายคมเพชร ครสิงห์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยม่วง นำผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งเดิมเป็นหลุมขนาดเล็ก ก่อนจะขยายวงกว้างจนมีความกว้างประมาณ 7×8 เมตร และลึกกว่า 5 เมตร ส่งผลให้ชาวบ้านไม่สามารถเข้าทำการเกษตรได้เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย จากการสำรวจพื้นที่โดยรอบพบหลุมยุบทั้งเก่าและใหม่กระจายอยู่อีกหลายจุด โดยบางหลุมเพิ่งเกิดขึ้นในช่วง 1–2 วันที่ผ่านมา

นายก อบต.ห้วยม่วง เผยว่า เหตุการณ์ดินทรุดตัวลักษณะนี้เริ่มพบมาตั้งแต่ปี 2558 และเกิดต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี แม้ในอดีตนักธรณีวิทยาจะเคยระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็น “ภูมิประเทศหินปูน” ที่เสี่ยงต่อการทรุดตัวตามธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงฝนทิ้งช่วงแล้วมีฝนตกหนักจนระดับน้ำใต้ดินเปลี่ยนสมดุล

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านและผู้นำชุมชนตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานของโรงโม่หินในพื้นที่ซึ่งมีการสูบน้ำใต้ดินออกปริมาณมากเพื่อทำเหมือง อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเร่งที่ทำให้เกิดดินยุบตัวถี่ขึ้น โดยที่ผ่านมาโรงโม่หินได้นำหินคลุกมาช่วยอัดถมหลุมให้ชาวบ้าน หลุมละ 10–20 คันรถ แต่ผ่านไปไม่นานบางจุดก็กลับมาทรุดตัวซ้ำอีก จนพื้นที่ทำกินของชาวบ้านเริ่มสูญหายไปเรื่อย ๆ

ด้าน นางหนูศิลป์ พิมพ์ดี อายุ 68 ปี เกษตรกรในพื้นที่ เปิดเผยว่า ที่นาและไร่อ้อยของตนพบหลุมยุบรวมกันถึง 6 หลุม โดยมีหลุมขนาดใหญ่ขยายตัวต่อหน้าต่อตาจนได้ยินเสียงดินลั่น แม้จะรู้สึกตกใจและหวาดกลัวจนไม่กล้าค้างคืนในไร่นาเหมือนก่อน แต่ก็ยังจำเป็นต้องเสี่ยงเข้ามาทำการเกษตรเพื่อหาเลี้ยงชีพ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเร่งตรวจสอบและพิจารณาเงินเยียวยาช่วยเหลือ

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ 5 ส.ค. เจ้าหน้าที่จากสำนักธรณีวิทยาจะลงพื้นที่ตรวจสอบโครงสร้างชั้นดินอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุทางวิชาการที่แท้จริง พร้อมร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป