เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ว่า ต้องให้พรรคประชาชนเป็นผู้ยื่น เมื่อไหร่ที่ฝ่ายค้านมีมติว่ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคร่วมฝ่ายค้านก็จะนำเรื่องกลับหารือแต่ละพรรค ซึ่งยืนยันว่ามีความพร้อมอยู่แล้ว เมื่อเปิดสภามา สิ่งที่ต้องอภิปรายอันดับแรกคือร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในวาระสามก่อน หลังจากนั้นจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้  

“แผลของรัฐบาลวันนี้ ประชาชนทั่วไปก็ตอบได้ เช่น ประเด็นรวยไม่ไหวแล้ว ปากท้องเศรษฐกิจที่รับผิดชอบโดยกระทรวงพาณิชย์ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ วันนี้น้ำมันลดลง แต่ราคาสินค้าไม่ลด ท่านออกมาพูด ทำไม่ได้สักเรื่อง ก็เป็นจุดอ่อนอยู่แล้ว วันนี้ รมว.พาณิชย์ รับผิดชอบอย่างไร เงินของประชาชนชาวนา ที่รัฐบาลออกมาบอกว่าเงินหมด จ่ายชดเชยไม่ได้ ต้องชี้แจงให้ได้ว่าเงินเหล่านี้ถูกเอาไปใช้ตรงไหน รวมถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลังด้วย ต้องชี้แจงให้ได้ ปัญหาทุกวันนี้นำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ทั้งหมด แต่จะอภิปรายประเด็นไหนบ้าง แต่ละพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ต้องหารือกัน”

ในส่วนพรรคฝ่ายค้าน มั่นใจได้ว่าวันนี้เราเป็นหนึ่งเดียวกันแน่นอน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน หากมีการไม่ไว้วางใจจริง เดือน ก.ย. หรือเดือน ต.ค. คิดว่าสนุกแน่ และไม่ใช่เป็นละครในสภาแน่ นี่เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็งและเป็นการเปิดโปงข้อมูลที่ไม่เคยเปิดเผยในสังคม แต่จะไปถึงการพลิกขั้วอำนาจ เขียว ส้ม แดง หรือไม่ ยังไม่ทราบ พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้คุยกับใคร พรรคประชาชนก็ยืนยันว่าไม่ได้คุยกับใคร

นายชัยชนะ กล่าวว่า มีข่าวว่า นายเอกนิติ และนางศุภจี มีปัญหากับข้าราชการประจำ มีปัญหาด้านนโยบาย สุดท้ายแล้ว กินน้ำมันปลาเยอะๆ สมองจะได้ดี จะได้มีสมองในการบริหารประเทศชาติต่อไป ณ วันนี้ 2 คนนี้ เขาน่าจะมีความคิดที่ช้าลง เพราะคิดอะไรแก้ปัญหาไม่ได้เลย

นายชัยชนะ กล่าวถึงกรณีการรับสมัครพยาบาลอาสา ที่เพิ่งปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา ว่า วิธีการสอบมีเพียงการสัมภาษณ์อย่างเดียว เป็นการสร้างเครือข่ายให้กับหัวคะแนนหรือไม่ ซึ่งตนมองว่านโยบายนี้รัฐบาลควรนำเงินค่าจ้างอาสาพยาบาลมาเพิ่มสวัสดิการให้กับพี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือจ้างพนักงานราชการของกระทรวงสาธารณสุข ที่ยังไม่ได้บรรจุกว่า 7,000 ตำแหน่ง ดีกว่าการจ้างพยาบาลอาสา

“อสม. คือด่านหน้าการทำงานด้านรักษาพยาบาล ดูแลผู้ป่วยติดเตียง แต่เมื่อถึงเวลา อสม. ได้ค่าตอบแทนเพียง 600-2,000 บาท แต่อาสาพยาบาลที่มาทีหลังกลับได้เงินเดือนถึง 15,000 บาทต่อเดือน ผมมองว่าเรื่องนี้ไม่เหมาะสม เพราะยังมีพนักงานของกระทรวงสาธารณสุขอีกมากที่ยังไม่ได้บรรจุ ทำไมรัฐบาลถึงไม่ทำเรื่องนี้ก่อน หรือคิดว่าการทำเรื่องนี้จะเป็นการสร้างฐานคะแนน” และว่า ไม่ได้อยากเรียกพยาบาลอาสาว่าหัวคะแนน แต่เรียกว่าเป็นการสร้างเครือข่ายมากกว่า.