อย่าง “เป๋า นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชน (iLaw)” ลงได้ เพราะเจ้าตัวประกาศบอกว่าข้อมูลที่เปิดๆ มานั้น เพียงแค่ 5% ของที่มีในมือเท่านั้น แถมยังเป็นข้อมูลพยานระดับรองๆ ลงมา

ส่วนพยานตัวท็อประดับเทียร์ 1 และหลักฐานเด็ดๆ อีกกว่า 95% ที่เหลือนั้นรอเปิดเร็วๆ นี้ เพราะเดิมทีทีมงานขุดคุ้ย เรียบเรียงกันจนดึกๆ ดื่น แต่ล่าสุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศว่าวันที่ 14 ก.ย.ที่จะถึงนี้ จะมีการพิจารณา แล้วก็เคาะให้ชัดๆ ไปว่าส่ง หรือไม่ส่งรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้วสว.บรรลือโลกไปยังศาล

ช่วงนี้จึงเป็นช่วงการเมืองไฟลุก มีเวลาอีกมากที่จะเดินเกมรุก ทุบแล้วฟาด ปูอารมณ์สังคม ตีวงล้อมบีบคั้นกกต.ให้ลุยไฟส่งรายชื่อ 229 ผู้ถูกกล่าวหาไปสู่สนามแห่งการตัดสิน

และควรถอดบทเรียน  “ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน” ที่หลังจากออกมาปล่อยหมัดแยบรัวๆ เข้าใส่ “นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี”  โดยระบุว่า สมัยเป็นรมช.พาณิชย์ ซึ่งเป็นห้วงเวลาของการเลือกสว. นั้น ปรากฎว่าช่วงก่อนการเลือก สว. เมื่อ 26 มิ.ย.2567 มี “นายเอ” นามสมมติ เข้าไปพบนายนภินทร ถึงห้องทำงานที่ที่กระทรวงพาณิชย์  ถึง 2 ครั้ง

แต่เจอ “นายนภินทร” ตั้งโต๊ะแถลงที่ทำเนียบรัฐบาล ก็สวนกลับด้วยข้อมูลแน่น ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร เคลียร์ตัวเองได้จน “พริษฐ์” ถูกมองว่าแพ้น็อคกลางอากาศ ด้วยว่าข้อมูลที่ป่าวประกาศก่อนหน้านี้เป็นเพียงสิ่งที่ได้ยิน ได้ฟังมา !

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องชื่นชมในการทำหน้าที่ตรวจสอบ อันเป็นหน้าที่หลักของฝ่ายค้าน แต่ก็เป็นบทเรียนอีกนั่นแหละว่า ถ้ายังไม่ชัวร์ว่าทุบได้ การตีปี๊บเสียงดังๆ อาจได้กระแส แต่ใจทางกลับกันมันก็อาจจะเกิดกระแสตีกลับได้เหมือนกัน

ทั้งนี้ ได้เห็นทั้งไอลอว์ – พรรคประชาชน แท็กทีมร่วมตรวจสอบ ในเวทีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569 หัวข้อ “การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ” ยังเปิดประเด็น  2 สว. มีการนัดรับประทานอาหารและสัญญาว่าจะให้เงิน หาที่พักให้ จัดทำโพย โดยอ้างถึงผู้ใหญ่พรรคภูมิใจไทย เป็นสปอนเซอร์ให้เงินมากถึง คนละ 50,000 บาท โดยเปิดไทม์ไลน์ พร้อมเชื่อมโยงความสัมพันธ์คนใกล้ชิด อีกด้วย

ถือว่า “ไม่แผ่ว” ตรวจสอบเข้มเกี่ยวกับขบวนการนี้แม้จะมีคดีความแขวนคอกันอยู่ จึงเป็นที่น่าจับตาว่า ข้อมูลหลักฐานที่ “ไอลอว์” กับ “ฝ่ายค้าน” ร่วมกันรวบรวมตรวจสอบ ทยอยเปิดเผยนั้นจะหนักแน่นเพียงพอที่จะกับในการเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตามรายชื่อ 229 คนที่มีการเปิดเผยว่าอยู่ในสำนวนของ กกต. ซึ่งวันที่ 14 ก.ย.นี้ ที่กกต.นัดหมายลงมติ ต้องดูว่าจะส่งศาลหรือไม่ จะส่งเชือดกี่คน หรือจะตัดตอน “สีน้ำเงินอ่อน” เป็นการสังเวยในหมากกระดานนี้ แต่ก็ไม่สามารถลดไฟการเมืองลงได้.