เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ถกเถียงกันในรายการ “โหนกระแส” สำหรับกรณี “ยัต ชัยโสโร” ยูทูบเบอร์คนดัง พร้อมทนายอาร์ม ทนายความประจำตัว ขอชี้แจงความจริงปมการเบิกเงินบริษัท การเซ็นโอนหุ้น และการจัดการทรัพย์สินต่าง ๆ ในบริษัทถึงการพิพากกับอดีตเพื่อนรัก “ต้า เฟ็ดเฟ่” จนกลายเป็นที่วิพากษวิจารณ์อย่างดุเดือด

หนึ่งในนั้นคือ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุ “ได้ดู โหนกระแส ในวันนี้ แล้วมานึกย้อนดูปรากฏการณ์ในสังคม และทบทวนประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า ในสังคม มันมีคนแบบนี้จริงๆ นะ ตอนที่ยังไม่มีชื่อเสียง ไม่มีอำนาจ ก็เป็นคนที่มีน้ำใจ รักพวกพ้อง มีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่ แต่พอมีอำนาจวาสนาขึ้นมาสักหน่อย ธาตุแท้ก็แสดงออกมา ไม่เห็นคุณค่าของน้ำใจเพื่อน หลอกใช้คนไปเรื่อย ลืมบุญคุณของคนที่เคยช่วยเหลือ ลืมการฟันฝ่าของเพื่อนที่ร่วมสู้ร่วมสร้างกันมา”

ยิ่งถ้าชีวิตถูกรายล้อมด้วยลิ่วล้อใหม่ๆ ที่เพิ่งเข้ามาประจบสอพลอ ก็ยิ่งลำพองในใจ กล้าแม้กระทั่งหักหลังเพื่อน กล้าแม้กระทั่งนินทาให้ร้าย และเนรคุณผู้มีพระคุณ

จนในที่สุด คนที่เคยช่วยเหลือ ก็ค่อยๆ เดินหายไปจากชีวิต พอคนที่ออกมาได้มีโอกาสพูดคุยกัน และต่างก็พบว่าตนประสบกับพฤติกรรมอันเลวร้ายต่างๆ นานาที่คล้ายๆ กัน ก็ยิ่งบอกต่อๆ กันไป จนคนดีๆ เดินออกจากชีวิตของคนๆ นั้น จนหมด คนที่เหลืออยู่ก็มีแต่คนที่หวังเกาะเอาผลประโยชน์ ต่อหน้าก็พินอบพิเทา ประจบสอพลอ แต่ลับหลังก็แอบนินทา ดูถูกดูแคลน คนอีกกลุ่มที่ยังอยู่ด้วยกันได้ ก็คือ พวกที่ศีลเสมอกัน วันๆ มีแต่เรื่อง Toxic ไม่มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

เวลาที่ผมทราบว่า คนๆ นั้น ไม่เหลือใครแล้วในชีวิต และยิ่งถ้ารู้ว่าแม้แต่ลูกน้องคนสนิท ที่ต่อหน้านี่ประจบสอพลอ ยกยอทุกอย่าง แต่พอลับหลัง นี่แอบมาด่าทอต่อว่า ดูถูกสารพัด ผมก็รู้สึกสงสาร แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรได้ เพราะคนที่ทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง ก็คือตัวเขาเองทั้งนั้น

“ไม่รู้เลยว่าจะไปตามกู้มิตรภาพดีๆ จากคนที่เขาหักหลัง ให้กลับคืนมาให้กับเขาได้ยังไง ไม่รู้ว่าจะทำยังไงที่จะให้สังคมยอมที่ให้โอกาสกับเขาอีกครั้ง สิ่งที่ทำได้ก็คือ ภาวนา ว่าในวันหนึ่งที่เขาดำดิ่งจนถึงจุดที่ต่ำที่สุดของชีวิต ก็ขอให้เขาอดทน อยู่กับมันให้ได้ ผ่านวันแต่ละวันอย่างโดดเดี่ยวไปให้ได้”..

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Wiroj Lakkhanaadisorn