เมื่อวันที่ 4 ส.ค. นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ. ประจวบคีรีขันธ์ ว่าเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากราษฎรในพื้นที่กุยบุรีว่า พบซากกระทิงป่าตาย 1ตัว อยู่ภายนอกแนวเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เร่งลงพื้นที่เข้าตรวจสอบทันที

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเป็นซากกระทิงป่าเพศผู้ขนาดใหญ่ อายุประมาณ 21–25 ปี ลำตัวยาว 240 เซนติเมตร ความสูง 160 เซนติเมตร น้ำหนักราว 900–1,000 กิโลกรัม ปลายเขาข้างซ้ายและขวากว้างห่างกัน 72 เซนติเมตร ส่วนที่กว้างที่สุดของเขากว้าง 77 เซนติเมตร พบร่องรอยบาดแผลขนาด 1×1 เซนติเมตร หลายจุดบริเวณสันหลังช่วงท้องฝั่งซ้าย เจ้าหน้าที่จึงได้นำเครื่องสแกนโลหะเข้าตรวจพิสูจน์ เบื้องต้นผลปรากฏว่า เครื่องสแกนส่งสัญญาณตรวจพบชิ้นส่วนวัตถุโลหะลักษณะคล้ายหัวกระสุนปืนฝังอยู่บริเวณบาดแผลดังกล่าว

นายนิทัศน์ ได้สั่งการให้ทีมสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เข้าดำเนินการผ่าชันสูตรซากกระทิงอย่างละเอียดในวันพรุ่งนี้(5ส.ค.)เพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด และผ่าเก็บวัตถุพยานโลหะดังกล่าว หากผลการชันสูตรชี้ชัดว่าเป็นการถูกทำร้ายด้วยอาวุธปืน จะมอบหมายให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.กุยบุรี เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 อย่างถึงที่สุดต่อไป

ทั้งนี้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) และประสานความร่วมมือกับผู้นำชุมชนในพื้นที่รอบแนวเขตป่าอนุรักษ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำร้ายสัตว์ป่า และขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นการกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี หรือสายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติฯ 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง