สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการลงนามในข้อตกลงกรอบความร่วมมือกับบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน และนอร์ธรอป กรัมแมน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนสำหรับระบบสกัดกั้นขีปนาวุธแพทริออต พีเอซี-3 และระบบทาด


ข้อตกลงดังกล่าวมีขึ้นขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐเร่งผลักดันผู้รับเหมาด้านอาวุธให้เพิ่มกำลังการผลิตอย่างรวดเร็ว หลังข้อตกลงเบื้องต้นหลายฉบับที่ทำขึ้นเมื่อต้นปี เพื่อเพิ่มการผลิตขีปนาวุธ ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางและยูเครนที่ส่งผลให้คลังอาวุธของสหรัฐลดลงอย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้ ยูเครนประสบปัญหาขาดแคลนระบบแพทริออตมาเป็นเวลานาน โดยระบบดังกล่าวยังคงเป็นอาวุธเพียงชนิดเดียวในคลังแสงของยูเครนที่สามารถสกัดขีปนาวุธวิถีโค้งของรัสเซียได้


แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุด้วยว่า ข้อตกลงกรอบความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตระบบแพทริออตได้ถึง 3 เท่า และระบบทาดได้ถึง 4 เท่า อีกทั้งจะช่วยเพิ่มแหล่งผลิตเครื่องยนต์จรวดเชื้อเพลิงแข็งสำหรับขีปนาวุธสกัดกั้นพีเอซี-3 เป็นแหล่งที่ 2 และเพิ่มกำลังการผลิตอุปกรณ์นิรภัยสำหรับระบบจุดระเบิด แต่ไม่ได้เปิดเผยมูลค่าของข้อตกลง


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ หลังจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการอนุมัติสัญญามูลค่าสูงสุด 58,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.95 ล้านล้านบาท) ให้แก่บริษัทล็อกฮีด มาร์ติน เพื่อผลิตขีปนาวุธสกัดกั้นแพทริออต


สัญญาดังกล่าวเป็นการขยายจากข้อตกลงเดิมอายุ 1 ปี มูลค่า 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 157,027 ล้านบาท) ซึ่งลงนามเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ให้เป็นกรอบจัดซื้อระยะเวลา 7 ปี ครอบคลุมปีงบประมาณ 2569-2575.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS