สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ว่า กองทัพยูเครนรายงานว่า กองทัพรัสเซียเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่หลายพื้นที่ของยูเครน ระหว่างคืนวันพุธถึงช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย รวมถึง 1 รายในกรุงเคียฟ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน


ส่วนเมืองลวีฟ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของยูเครน และไม่ค่อยตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีจากรัสเซีย มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากอาคารอพาร์ตเมนต์ 2 แห่ง ซึ่งได้รับความเสียหายจากขีปนาวุธของรัสเซีย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 15 คน

สภาพอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ในเมืองลวีฟ ทางตะวันตกของยูเครน หลังกองทัพรัสเซียโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่


การโจมตีเกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เพิ่งเดินทางกลับจากสหรัฐ หลังพบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่ทำเนียบขาว โดยเซเลนสกีเปิดเผยว่า ทรัมป์เห็นชอบให้ยูเครนได้รับใบอนุญาตผลิตขีปนาวุธสกัดกั้นแพทริออต


ในเวลาเดียวกัน กองทัพโปแลนด์ส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นบิน พร้อมยกระดับระบบป้องกันภัยทางอากาศและเรดาร์ เพื่อรักษาความปลอดภัยของน่านฟ้า หลังการโจมตีของรัสเซียขยายวงเข้าใกล้พรมแดน


ขณะเดียวกัน รัสเซียรายงานว่า โดรนของยูเครนโจมตีคลังสินค้าของบริษัทไวลด์เบอร์รีส์ ผู้ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ ในเมืองเพนซา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน และต้องอพยพประชาชนราว 200 คน ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสกัดโดรนของยูเครนได้รวม 258 ลำ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS