สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ว่า นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า สหรัฐจะกลับมามีส่วนร่วมอีกครั้งกับองค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีน (กาวี) ซึ่งช่วยเหลือกลุ่มประเทศยากจนที่สุดในโลกในการซื้อวัคซีน เพื่อปกป้องเด็กจากโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัด และโรคคอตีบ โดยระบุถึงความกังวลของสภาคองเกรส และเป้าหมายด้านสุขภาพระดับโลก

อนึ่ง กลุ่มต่อต้านวัคซีน รวมถึงกลุ่มที่ก่อตั้งโดยนายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รมว.สาธารณสุขสหรัฐ กล่าวอ้างมานานหลายสิบปีแล้วว่า ไทเมอโรซอล (Thimerosol) ซึ่งเป็นสารกันเสียที่มีส่วนประกอบของปรอท ที่ใช้ในวัคซีนบางชนิด มีความเชื่อมโยงกับโรคออทิสติกและความผิดปกติทางพัฒนาการของระบบประสาทอื่น ๆ แม้งานศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า ไม่มีปัญหาด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องก็ตาม

นอกจากนี้ เคนเนดียังกล่าวเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้วว่า สหรัฐจะไม่ให้เงินทุนใด ๆ อีกต่อไป ซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 10,000 ล้านบาท) เนื่องจากกาวีเพิกเฉยต่อความปลอดภัย ทั้งที่เขาไม่ให้หลักฐานใด ๆ มาสนับสนุนข้อกล่าวอ้างของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์เมื่อไม่นานมานี้ว่า การตัดสินใจปลดล็อกเงินทุน เกิดขึ้นหลังจากกาวีให้คำมั่นว่าจะดำเนินการเพื่อเปลี่ยนผ่านวัคซีนที่มีส่วนประกอบของปรอท และขยายการเข้าถึงวัคซีนทางเลือกชนิดใหม่ที่ปราศจากปรอท.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS