สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเนปาลรายงาน ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงและฉับพลัน ในพื้นที่ชายแดนทางเหนือของประเทศ ซึ่งติดกับเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน เพิ่มเป็นอย่างน้อย 273 ราย โดยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก


เหตุน้ำป่ารุนแรงครั้งนี้พัดพารถบรรทุก สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานหลายแห่งในพื้นที่ประสบภัย ซึ่งเป็นพื้นที่การค้าสำคัญตามแนวชายแดน ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ตอนนี้พื้นที่ประสบภัยในเนปาลครอบคลุมอย่างน้อย 3 เขต ได้แก่ นูวาโกต ราซูวา และดาดิง ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวแม่น้ำตรีศุลี มีประชากรรวมกันราว 635,790 คน หรือประมาณ 2% ของประชากรเนปาล ซึ่งมีจำนวนราว 29 ล้านคน


ขณะที่สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (ยูเอสจีเอส) รายงานเพิ่มเติมว่า การพังถล่มของธารน้ำแข็ง ซึ่งเป็นสาเหตุของเหตุน้ำท่วมรุนแรงครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อมวลน้ำแข็งขนาดใหญ่ส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็งแตกตัว และร่วงลงมาตามลาดเขา


เหตุธารน้ำแข็งพังถล่ม ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา มีความรุนแรงมาก จนในเบื้องต้นยูเอสจีเอสรายงานว่าเป็นแผ่นดินไหวขนาด 4.4


อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมจากสถานีตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนในพื้นที่ใกล้เคียง คลื่นไหวสะเทือนระยะยาว และภาพถ่ายดาวเทียม ทำให้ยูเอสจีเอสสรุปในเวลาต่อมาว่า แรงสั่นสะเทือนดังกล่าวเกิดจากการพังถล่มของธารน้ำแข็งและดินมหาศาล ไม่ใช่เหตุแผ่นดินไหวแต่อย่างใด


นอกจากนี้ การพังถล่มครั้งนี้ส่งผลกระทบรุนแรงเป็นวงกว้างต่อพื้นที่ท้ายน้ำ ซึ่งรวมถึงภาคตะวันออกของอินเดีย โดยธารน้ำแข็งในเนปาลกำลังลดระดับลงในอัตราสูงถึงปีละ 15 เมตร การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ลาดเขาบนเทือกเขาไม่มั่นคง และก่อให้เกิดแหล่งน้ำที่อยู่ในภาวะเสี่ยง ซึ่งอาจพังทลายและก่อให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS