สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ งวดส่งมอบเดือน ก.ย. ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 6.62 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 224.02 บาท) หรือ 7% อยู่ที่ 100.69 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 3,407.35 บาท) ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. โดยราคาน้ำมันเบรนท์เพิ่มขึ้นเกือบ 40% นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. และเกือบทั้งหมดของการปรับขึ้น เกิดขึ้นในเดือน ก.ค.


ด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ เวสต์ เทกซัส อินเทอร์มีเดียต (ดับเบิลยูทีไอ) ของสหรัฐ ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 5.36 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 181.38 บาท) หรือ 6.2% อยู่ที่ 92.19 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 3,119.71 บาท) ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา


ความผันผวนดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของนักลงทุน เกี่ยวกับการที่กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งสนับสนุนอิหร่าน เปิดแนวรบใหม่ในสงครามกับสหรัฐ ด้วยการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียอย่างน้อย 2 ลำ บริเวณช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ในทะเลแดง หลังประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลอย่างเจาะจง ต่อการขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย


ขณะที่สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียด ซึ่งการที่การเดินเรือบรรทุกน้ำมันผ่านจุดคอขวดสำคัญของโลก 2 แห่งถูกจำกัด ทำให้ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับขึ้นเข้าใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ที่ 126.41 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 4,277.71 บาท) และยิ่งกดดันให้เศรษฐกิจโลกเผชิญภาวะอุปทานน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็ว.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS