ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า GC เป็นอีกหนึ่งบริษัทฯที่ดำเนินธุรกิจด้านนี้ แต่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก โดยธุรกิจหลักของ GC เป็นปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ ในส่วนธุรกิจโรงกลั่นของ GC มีสัดส่วนกำไรจากธุรกิจโรงกลั่นในปี 2564 เพียงร้อยละ 3 ของกำไรทั้งหมด  ซึ่งปัจจุบันกำไรจากธุรกิจปิโตรเคมี ได้รับผลกระทบจากวัตถุดิบที่มีราคาสูง และความต้องการในตลาดมีแนวโน้มลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง โดยผลประกอบการของโรงกลั่นในปี 2565 ใกล้เคียงกับปี 2564

ดร.คงกระพัน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในกระบวนการผลิตของโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทย จะสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ได้หลายประเภทในคราวเดียว  เช่น น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา และแนฟทา ดังนั้นการคำนวณค่าการกลั่น จะต้องพิจารณาจากค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของราคาของทุกผลิตภัณฑ์ที่กลั่นออกมาจากหอกลั่น เทียบกับราคาน้ำมันดิบที่แต่ละโรงกลั่นสั่งซื้อเข้ามากลั่นจริง ซึ่งต้องรวมค่าพรีเมียมของน้ำมันดิบ และค่าใช้จ่ายในการขนส่ง เช่น ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย นอกจากนั้นในกระบวนการผลิตโรงกลั่นยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ใช้ในการกลั่น  ดังนั้น ค่าการกลั่นจึงไม่ใช่กำไรที่แท้จริงที่โรงกลั่นได้รับ 

ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นในการสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ โดยการจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูปภายในประเทศเป็นหลัก แม้จะมีความต้องการจากตลาดต่างประเทศก็ตาม  ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ประเทศเกิดภาวะขาดแคลนทางพลังงาน อันจะกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จํากัด (มหาชน) หรือ GC เป็นผู้ดําเนินธุรกิจปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ครบวงจร รวมถึงเป็นผู้ผลิต พลาสติกชีวภาพอันดับ 1 ของโลก ปัจจุบัน ธุรกิจของบริษัทฯ แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ปิโตรเคมีขั้นต้น ปิโตรเคมีขั้นกลาง โพลิเมอร์และเคมีภัณฑ์ พลาสติกชีวภาพและผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน และเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการเดินหน้าขยายฐานสร้างความแข็งแกร่ง ด้วยเคมีภัณฑ์คุณภาพสูง ที่มีความหลากหลาย ตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกกลุ่ม มุ่งเน้นดำเนินธุรกิจครบวงจรที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของผู้คน รองรับเมกะเทรนด์  สอดรับกับแนวคิด #ยิ่งใกล้คุณยิ่งต้องดี เพื่อตอกย้ำภารกิจในการสร้างความมั่นใจว่า  ทุกผลิตภัณฑ์ที่มาจาก GC ได้รับการพัฒนาให้ดีที่สุด ทั้งผลิตภัณฑ์ที่ดี กระบวนการผลิตและการกำกับดูแลที่ดีมีธรรมาภิบาล ดีต่อสิ่งแวดล้อมและดีต่อโลก