สำนักข่าวซินหัวรายงานจากนครเยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ว่าองค์การโบราณวัตถุแห่งอิสราเอล (ไอเอเอ) ค้นพบมัสยิดชนบทหายาก อายุราว 1,200 ปี ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในมัสยิดเก่าแก่ที่สุดในโลก เท่าที่เคยพบมา พร้อมด้วยคฤหาสน์สุดหรูแห่งหนึ่งในเมืองราฮัตของชาวเบดูอิน บริเวณทะเลทรายเนเกฟ ทางตอนใต้ของอิสราเอล
รายงานของไอเอเอระบุว่า มัสยิดประกอบด้วยห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัส กำแพงที่หันไปทางนครเมกกะอันศักดิ์สิทธิ์ และช่องครึ่งวงกลมในกำแพงที่ชี้ไปทางทิศใต้
การขุดค้นที่เมืองราฮัต ช่วยไขความกระจ่างเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของศาสนาอิสลาม ในภูมิภาคลิแวนต์ใต้ และมอบรายละเอียดการทยอยเปลี่ยนผ่านจากศาสนาคริสต์สู่อิสลาม โดยคณะนักโบราณคดีพบหมู่อาคารที่ก่อสร้างด้วยรูปแบบคริสเตียนและอิสลามยุคแรกตั้งใกล้กัน ซึ่งรวมถึงบ้านไร่หลังหนึ่งจากยุคไบแซนไทน์ ที่เห็นได้ชัดว่าเป็นบ้านของชาวนาคริสเตียน ทั้งมีหอสูงและห้องหลายห้อง และกำแพงแข็งแรงล้อมรอบลานบ้าน
ส่วนบริเวณยอดเขาใกล้เคียง ผู้เชี่ยวชาญพบคฤหาสน์ชาวมุสลิมที่สร้างขึ้นอีก 100 ปีถัดมาในลักษณะต่างกันสิ้นเชิง โดยมีห้องเรียงเป็นแถวถัดจากลานบ้านขนาดใหญ่ที่เปิดโล่ง ตัวอาคารดังกล่าวประกอบด้วยโถงพร้อมทางเดินทำจากหิน บางห้องปูด้วยหินอ่อน และมีผนังตกแต่งด้วยปูนเปียกทาสีแดงและเหลือง
ขณะที่ซากภาชนะบนโต๊ะอาหารและแก้วชั้นดี ซึ่งบางชิ้นตกแต่งด้วยภาพวาดของพืชและสัตว์ บ่งชี้ว่า ผู้ที่เคยพำนักในอาคารแห่งนี้มีฐานะมั่งคั่ง.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA





