สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ว่าที่ประชุมผู้นำ 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) มีฉันทามติ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา รับรองสถานะผู้สมัคร ให้แก่ยูเครนและมอลโดวา
นายโฮเซป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของอียู กล่าวถึงยูเครน ว่าการได้รับสถานะดังกล่าว บ่งชี้ว่า ยูเครน “เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอียู” และคือ “จุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยาวนานร่วมกัน”
ขณะที่นายวีเซโวลอด เชนต์ซอฟ หัวหน้าคณะผู้แทนถาวรยูเครนประจำอียู กล่าวว่า มติของสหภาพถือเป็นการส่งสัญญาณโดยตรงไปยังรัสเซีย และทุกประเทศซึ่งเคยอยู่ภายใต้เงาของสหภาพโซเวียตด้วยว่า ไม่สมควรอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัสเซียอีกต่อไป ส่วนรัฐบาลมอลโดวายกย่องให้เป็น “วันแห่งประวัติศาสตร์”
"If there ever was a time for more Europe, this is the moment."
— Bloomberg Quicktake (@Quicktake) June 23, 2022
EU leaders have granted Ukraine candidate status on its path to gain membership in the bloc https://t.co/x58SiSIook pic.twitter.com/FRAXGK9Gny
อย่างไรก็ตาม กลุ่มประเทศในคาบสมุทรบอลข่าน ที่ประกอบด้วย แอลเบเนีย บอสเนีย โคโซโว มอนเตเนโกร นอร์ทมาซิโดเนีย และเซอร์เบีย ซึ่งได้รับสถานะผู้สมัครเมื่อช่วง 1 ทศวรรษที่แล้ว ต่างแสดงความไม่พอใจ ต่อการที่กระบวนการอันล่าช้า
We call for the acceleration of the accession process for the Western Balkans.
— Charles Michel (@CharlesMichel) June 23, 2022
And we are ready to grant candidate status to Bosnia & Herzegovina and will revert to decide on it based on a Commission report with special attention to delivery of substantial set of reforms.#EUCO pic.twitter.com/oKHGxM5OGk
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีอีดี รามา ผู้นำแอลเบเนีย กล่าวแสดงความยินดีกับการที่ยูเครนได้รับสถานะผู้สมัคร อย่างไรก็ตาม ชาวยูเครน “ไม่ควรคาดหวังมากเกินไป” อนึ่ง การได้รับสถานะผู้สมัคร ไม่ใช่การการันตีว่าจะได้เป็นสมาชิกเสมอไป โดยตุรกีมีสถานะดังกล่าวตั้งแต่ปี 2542 ทว่าหากยูเครนได้รับการอนุมัติสถานะสมาชิก จะถือเป็นประเทศสมาชิกอียูซึ่งมีอาณาเขตใหญ่ที่สุด และมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 5 ของอียู.
เครดิตภาพ : REUTERS



