สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ว่าที่ประชุมผู้นำ 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) มีฉันทามติ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา รับรองสถานะผู้สมัคร ให้แก่ยูเครนและมอลโดวา


นายโฮเซป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของอียู กล่าวถึงยูเครน ว่าการได้รับสถานะดังกล่าว บ่งชี้ว่า ยูเครน “เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอียู” และคือ “จุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยาวนานร่วมกัน”


ขณะที่นายวีเซโวลอด เชนต์ซอฟ หัวหน้าคณะผู้แทนถาวรยูเครนประจำอียู กล่าวว่า มติของสหภาพถือเป็นการส่งสัญญาณโดยตรงไปยังรัสเซีย และทุกประเทศซึ่งเคยอยู่ภายใต้เงาของสหภาพโซเวียตด้วยว่า ไม่สมควรอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัสเซียอีกต่อไป ส่วนรัฐบาลมอลโดวายกย่องให้เป็น “วันแห่งประวัติศาสตร์”


อย่างไรก็ตาม กลุ่มประเทศในคาบสมุทรบอลข่าน ที่ประกอบด้วย แอลเบเนีย บอสเนีย โคโซโว มอนเตเนโกร นอร์ทมาซิโดเนีย และเซอร์เบีย ซึ่งได้รับสถานะผู้สมัครเมื่อช่วง 1 ทศวรรษที่แล้ว ต่างแสดงความไม่พอใจ ต่อการที่กระบวนการอันล่าช้า


ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีอีดี รามา ผู้นำแอลเบเนีย กล่าวแสดงความยินดีกับการที่ยูเครนได้รับสถานะผู้สมัคร อย่างไรก็ตาม ชาวยูเครน “ไม่ควรคาดหวังมากเกินไป” อนึ่ง การได้รับสถานะผู้สมัคร ไม่ใช่การการันตีว่าจะได้เป็นสมาชิกเสมอไป โดยตุรกีมีสถานะดังกล่าวตั้งแต่ปี 2542 ทว่าหากยูเครนได้รับการอนุมัติสถานะสมาชิก จะถือเป็นประเทศสมาชิกอียูซึ่งมีอาณาเขตใหญ่ที่สุด และมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 5 ของอียู.

เครดิตภาพ : REUTERS