เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองประธานกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในฐานะประธานกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และสถานศึกษา หากพบว่าผู้ปกครองรายใดมีฐานะยากจนขัดสน ไม่สามารถดำเนินการจัดหาชุดลูกเสือและเนตรนารีให้แก่บุตรได้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ร่วมกับประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด ระดมสรรพกำลังภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัด ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ จัดหาชุดเครื่องแบบลูกเสือ-เนตรนารีให้กับนักเรียนรายนั้นๆ ว่า เรื่องนี้ปลัด มท.ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานประธาน กศจ.ให้ดูแลช่วยเหลือกลุ่มผู้ปกครองที่มีรายได้น้อย ไม่สามารถจัดซื้อชุดลูกเสือได้ เพราะไม่ใช่แค่โรงเรียนในสังกัดของ ศธ.เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดังนั้นเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ถือเป็นการช่วยเหลือบรรเทาภาระให้แก่ผู้ปกครอง เพราะผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถระดมทุนจัดหางบภายในจังหวัดของตัวเองมาบริหารจัดการได้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นการช่วยเหลือทางใดทางหนึ่ง ถือเป็นสิ่งที่ดี
“การแต่งชุดลูกเสือเนตรนารี หรือยุวกาชาด ศธ. ได้มีระเบียบคำสั่งการแต่งกายชุดดังกล่าวในการบริหารจัดการศึกษาท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ไปแล้วว่า ให้ยืดหยุ่นการแต่งกายชุดลูกเสือ และไม่จำเป็นต้องไปสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ปกครอง และการยืดหยุ่นเรื่องเครื่องแต่งกายชุดลูกเสือนั้น ศธ.ไม่ได้ทำโดยพลการ แต่มีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการแต่งกายชุดลูกเสือเนตรนารีและยุวกาชาด ปี 2529 รองรับ ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่า การแต่งกายด้วยเครื่องแบบดังกล่าวสามารถหาเครื่องหมายที่แสดงออกถึงสัญลักษณ์ใช้ในการเรียนการสอนก็เพียงพอแล้ว เช่น ผ้าพันคอและการสวมวอกเกิ้ล ทั้งนี้กรณีไหนที่ครอบครัวยังพอมีกำลังความสามารถจัดซื้อชุดลูกเสือให้บุตรหลานตนเองสวมใส่ได้ ก็ไม่เป็นอะไร ถือว่าแต่งเครื่องแบบตามมาตรฐานสากล” รมว.ศธ.กล่าว



