สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ว่า ทำเนียบมาลากันยังเผยแพร่แถลงการณ์ว่าประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ใช้อำนาจวีโต้กฎหมายการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ บริเวณพื้นที่ทางเหนือของกรุงมะนิลา ด้วยเหตุผลว่า การใช้งบประมาณแผ่นดินต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในสภาวะที่ปริมาณทรัพยากรกับความต้องการ “ไม่เป็นไปในทางเดียวกัน”


ขณะเดียวกัน ผู้นำฟิลิปปินส์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมักเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการมาตรการยกเว้น หรือผ่อนผันภาษีระยะยาวให้กับบรรดานักลงทุน ซึ่งมีแนวโน้ม “สร้างความเสี่ยงทางการเงิน” ให้กับเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ


ทั้งนี้ วุฒิสภาของฟิลิปปินส์เห็นชอบกฎหมายดังกล่าว เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดบูลาคัน และจะมีการก่อสร้างท่าอากาศยานนานาชาติแห่งใหม่ด้วย โดย น.ส.ไอมี มาร์กอส หนึ่งในวุฒิสมาชิกคนสำคัญ และมีศักดิ์เป็นพี่สาวของผู้นำฟิลิปปินส์คนปัจจุบัน ร่วมผลักดันกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งจนถึงตอนนี้เธอยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ


อนึ่ง มาร์กอส จูเนียร์ บุตรชายของอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ผู้ล่วงลับ รับตำแหน่งผู้นำคนที่ 17 ของฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนถล่มทลายมากกว่า 31 ล้านเสียง ซึ่งเจ้าตัวกล่าวว่า คือ “ความชอบธรรมจากการเลือกตั้งครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์การเป็นประชาธิปไตยของฟิลิปปินส์”


มาร์กอส จูเนียร์ ให้คำมั่นการเร่งแก้ไขปัญหาปากท้อง การปฏิรูปการศึกษา และการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกัน เจ้าตัวกล่าวว่า เขา “ไม่มีข้อแก้ตัวใด” กับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ในสมัยที่ฟิลิปปินส์อยู่ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ผู้เป็นบิดา และขอให้ชาวฟิลิปปินส์ “อย่าหวาดกลัว” ในตัวเขา และ “อย่าโกรธแค้นและจมปลักอยู่ดับอดีต” ทว่าขอให้ก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES