สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ว่า ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี หรือเดือน เม.ย.-มิ.ย.ที่ผ่านมา บริษัทเทสลา ส่งออกรถยนต์ทั้งหมด 254,695 คัน ซึ่งมากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 27% แต่กลับลดลงจากไตรมาสแรกของปีนี้ 18% นับเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบมากกว่า 2 ปี สร้างความผิดหวังให้กับทางบริษัท ที่วางแผนเปิดโรงงานใหม่ในเยอรมนีและรัฐเทกซัสภายในปีนี้

ทั้งนี้ ตัวเลขการส่งมอบรถยนต์ให้ผู้ซื้อลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์หลายคนคาดการณ์ไว้ที่ราว 264,000 คัน ตามข้อมูลของ “แฟกต์เซต” บริษัทด้านข้อมูลและซอฟต์แวร์ทางการเงิน อีกทั้งเทสลายังเตือนเมื่อเดือน เม.ย. ว่า ปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่กระทบอุตสาหกรรมยานยนต์จะคงหยุดชะงักการผลิตของบริษัทอย่างต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี

แม้บริษัทจะส่งออกรถยนต์ได้จำนวนมากเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสแรกของปี แต่ในไตรมาสที่ 2 เทสลาต้องเจอกับการปิดโรงงานในเมืองเซี่ยงไฮ้นานหลายสัปดาห์ เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ป้องกันโรคโควิด-19 ที่เข้มงวดของจีน

อย่างไรก็ตาม เทสลากล่าวแถลงการณ์ว่า ทางบริษัทผลิตรถยนต์ได้ 258,000 คัน ในไตรมาสที่ 2 “แม้ว่าจะมีความท้าทายทางห่วงโซ่อุปทาน และการปิดโรงงานที่อยู่เหนือการควบคุมเกิดขึ้นก็ตาม” พร้อมกล่าวเสริมว่า เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา คือ เดือนที่มีการผลิตรถยนต์สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเทสลาอีกด้วย.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES