ภาษาไทย สำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่หลายคน อาจจะไม่ให้ความสนใจมากเท่าไรนัก เพราะมองว่ายาก แต่นั่นไม่ใช่สำหรับ “บิว” วรโชติ ต๊ะนา คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ที่มองว่า หากมีทัศนคติที่ดีต่อภาษาไทย ก็จะสามารถก้าวข้ามกำแพงภาษาไทยที่มองกันว่าเป็นเรื่องยากลงได้

“บิว” ซึ่งได้รับรางวัล เยาวชนผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นที่มีความสามารถด้านการพูด การอ่าน การเขียน ประจำปี 2565 ของกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มาสดๆร้อนๆ บอกว่า ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตามมักจะมองว่าภาษาไทยยากด้วยเหตุผลต่างๆนานา แต่แท้จริงแล้วเราทุกคนอยู่กับภาษาทุกวัน เพราะภาษาเป็นสื่อกลางในการสื่อความคิด และความคิดก็เป็นส่วนหนึ่งในการสื่อภาษา ดังนั้นบันไดขั้นแรกที่จะทำให้ก้าวข้ามกำแพงภาษาไทยเป็นเรื่องยาก คือ ทัศนคติที่มีต่อภาษาไทย สนุกกับภาษา รู้จักเล่นกับภาษา จนไปถึงเข้าใจธรรมชาติของภาษา จะทำให้เราได้รู้จักกับภาษามากขึ้นรวมถึงเป็นการอนุรักษ์ภาษาไทยไปในตัวด้วย

“บิว” บอกถึงรางวัลที่ได้รับด้วยว่า ไม่คาดฝัน เพราะว่าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามารอบแรกต่างมีความสามารถทางด้านการใช้ภาษาไทยทั้งนั้น เมื่อได้รับคัดเลือกแล้วก็รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจต่อตัวเอง แล้วก็อยากขอบคุณทุกๆคนที่ช่วยผลักดันด้วย และเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ วันที่ 29 ก.ค. อยากเชิญชวนให้เยาวชนรู้จัก และรักการอ่านกัน เราอ่านอะไรก็ได้ ขอเพียงให้ได้อ่าน ไม่ว่าจะอ่านข่าว บทความ หนังสือเรียน นิยาย เรื่องสั้น วรรณคดี บทกวี ถ้าเราได้อ่านได้เห็นลักษณะของการใช้ภาษาที่หลากหลายมากขึ้น เราก็จะรู้ได้เลยว่าใช้แบบไหน คือเรียกว่าใช้อย่างถูกต้อง และรู้ได้ว่าในบริบทที่แตกต่างออกไปควรใช้ภาษาอย่างไร ดังนั้นการอ่านจึงถือได้ว่าเป็นรากฐานของการใช้ภาษาและอนุรักษ์ภาษาไทยได้อย่างดี

“กิจกรรมที่สำคัญต่อการใช้และการอนุรักษ์ภาษาไทย คือ การส่งเสริมการอ่าน เพราะการอ่านเสมือนเป็นการเก็บข้อมูลเข้าสู่หน่วยความจำของเรา เมื่อเราอ่านมากเราก็จะมีคลังคำมากขึ้น มีความคิดที่กว้างขึ้น พิจารณาสารในแง่มุมที่หลากหลายมากขึ้น ดังนั้นถ้าพื้นฐานจากการอ่านเราดี แล้วฝึกฝนการสื่อสารออกไป ไม่ว่าจะพูดหรือเขียนทุกๆ วัน ก็เป็นการใช้ภาษาในรูปแบบหนึ่งและเป็นการอนุรักษ์ภาษาไทยให้คงอยู่ต่อไปอย่างมั่นคงด้วย” หนุ่มบิว ฝากทิ้งท้ายถึงสิ่งสำคัญที่จะช่วยอนุรักษ์ภาษาไทย ให้คงอยู่อย่างมั่นคงสืบไป…