สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ว่า นายอาคิม สไตเนอร์ ผู้อำนวยการยูเอ็นดีพี กล่าวว่า ผลการวิเคราะห์ของประเทศกำลังพัฒนา 159 ประเทศ แสดงถึงการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญในปีนี้ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อหลายพื้นที่ในภูมิภาคแอฟริกาทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา, คาบสมุทรบอลข่าน, ทวีปเอเชีย และอื่น ๆ
ทั้งนี้ ยูเอ็นดีพีเรียกร้องถึงการดำเนินการที่เหมาะสม ทั้งการแจกเงินโดยตรงให้กับกลุ่มเปราะบางที่สุด และต้องการให้ประเทศร่ำรวยขยายและเปิดกว้างโครงการริเริ่มผัดผ่อนภาระหนี้สิน (ดีเอสเอสไอ) ที่จัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือประเทศยากจนในช่วงการระบาดโรคโควิด-19
The global cost-of-living crisis, catalyzed by the war in Ukraine, is sending tens of millions into poverty, warns our new report.
— UN Development (@UNDP) July 7, 2022
71 million people in the developing world have fallen into poverty due to global food and energy price surges. https://t.co/fkDGbRJuzv#HLPF pic.twitter.com/y4VXS7487P
“วิกฤติค่าครองชีพ ทำให้ประชากรหลายล้านคนตกสู่สถานะยากจน แม้แต่ความอดอยากยังเพิ่มอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย” สไตเนอร์ กล่าว “ด้วยเหตุนั้น ภัยคุกคามของความไม่สงบทางสังคมจึงมีมากขึ้นทุกวัน”
นอกจากนี้ รายงานประมาณการถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรที่อยู่ใต้ “เส้นความยากจน” ทั้งในประเทศยากจน และประเทศที่มีรายได้ปานกลางในระดับต่ำ ซึ่งจะผลักดันให้ประชากรยากไร้ทั่วโลกมีจำนวนรวมมากกว่า 1,700 ล้านคน
“ในระยะยาว ปัญหานี้จะทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม ซ้ำเติมวิกฤติสภาพอากาศ และไม่ช่วยให้วิกฤติครั้งนี้มีความเบาลง” นายจอร์จ เกรย์ โมลินา หัวหน้าฝ่ายการจัดการนโยบายกลยุทธ์ ของยูเอ็นดีพี กล่าว
อนึ่ง การระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ประเทศที่ไม่มีเงินพอใช้ ต้องการแรงสนับสนุนจากประชาคมโลก เพื่อเป็นเงินทุนให้แผนงานช่วยเหลือเหล่านี้.
เครดิตภาพ : REUTERS



