หลังเกิดปรากฏการณ์ซากสถานีรถไฟโบราณ “บ้านนิเถะ” จากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 โผล่พ้นน้ำเหนือแม่น้ำรันตี ที่บริเวณบ้านสะพานรันตี ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มองเห็นด้วยตาเปล่าเป็นทางรถไฟขนาดใหญ่ รูปตัว Y ร่องรอยทางรถไฟ โรงซ่อมรถไฟ 2 แห่ง รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ ถ่านหิน ขวดสุรา หลุมหลบภัย หลุมระเบิด และเศษวัสดุก่อสร้างในอดีตที่ผ่านมา สร้างความตื่นตาให้กับนักท่องเที่ยว
การปรากฏขึ้นของร่องรอยทางประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ เป็นผลจากการปรับแผนระบายน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้งานตั้งแต่ปี 2527 เพื่อกักเก็บน้ำสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าและการเกษตร โดยในปี 2569 มีการระบายน้ำเพิ่มเพื่อบำรุงรักษาโครงสร้างเขื่อน ทำให้พื้นที่ที่เคยจมอยู่ใต้น้ำยาวนานกว่า 42 ปี ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ตำนานรถไฟสายมรณะ ‘บ้านนิเถะ’ วิ่งข้าม 2 ประเทศสถานีสุดท้าย ‘ตันบูซายัต’
ตื่นตา ‘สถานีนิเถะ’ โผล่พ้นน้ำ ร่องรอยรถไฟสงครามโลกครั้งที่ 2 กลางสังขละบุรี
น้ำลดครั้งประวัติศาสตร์! เส้นทางรถไฟสายมรณะโผล่กลางแม่น้ำรันตีในรอบ 42 ปี
ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจากชาวบ้านในพื้นที่ นำโดย “คุณโย” พาเข้าศึกษาพื้นที่ถ้ำบนภูเขา ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟบ้านนิเถะประมาณ 200 เมตร โดยต้องเดินเท้าขึ้นเขาสูงราว 100 เมตร


บริเวณดังกล่าวพบปากถ้ำขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 4×5 เมตร ปกคลุมด้วยพืชพรรณหนาแน่น ภายในถ้ำมีความยาวราว 300 เมตร ลักษณะคล้ายสำนักสงฆ์ร้าง พื้นบางส่วนถูกเทคอนกรีตและปูกระเบื้อง พบรูปปั้นพญานาค องค์เทพ และเตียงไม้ไผ่ ซึ่งคาดว่าไม่ใช่สิ่งก่อสร้างจากยุคสงคราม
อย่างไรก็ตาม ไม่พบทรัพย์สินหรือวัตถุมีค่าใดๆ ภายในถ้ำ


ทั้งนี้ จากคำบอกเล่าของผู้อาวุโสในพื้นที่ ระบุว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นเคยใช้ถ้ำแห่งนี้เป็นสถานที่เก็บเสบียงอาหารและทองคำ เพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีทางอากาศจากฝ่ายพันธมิตร
แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดเกี่ยวกับ “ขุมทรัพย์” ตามคำเล่าลือ แต่การปรากฏขึ้นของพื้นที่ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ยังคงเป็นอีกหนึ่งปริศนาที่ดึงดูดความสนใจ และรอการตรวจสอบเชิงลึกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป.



