เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่สำนักงานเขตบางบอน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาการจราจรบริเวณแยกบางบอน 5 และเยี่ยมชุมชนมั่นคง 133 เขตบางบอน ว่า วันนี้มาลงผู้ว่าฯ สัญจร ครั้งที่ 4 ที่เขตบางบอน ซึ่งมีปัญหาหลักคือเรื่องการจราจร เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ไม่มีระบบขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่ใช้ถนนเอกชัย-บางบอน เป็นหลัก เมื่อไปถึงถนนวงแหวน-บางบอน จึงเป็นจุดคอขวดไม่มีทางเข้าออกถนนที่สะดวก และมีถนนบางบอน 3 กับถนนบางบอน 5 ที่การจราจรติดขัดตลอดเส้นทาง เนื่องจากมีสี่แยกกับสามแยก เมื่อข้ามไปเขตหนองแขมก็มีสะพานเชื่อมไปถึงถนนเพชรเกษม 69 กับถนนเพชรเกษม 81 มีจุดที่เป็นคอขวดตรงสะพาน ซึ่งทาง กทม. ได้จัดสรรงบประมาณมาขยายสะพานเพื่อแก้ไขปัญหาคอขวดจากถนน 2 เลนให้เป็น 4 เลนทั้งสองจุด เพื่อให้รถสามารถระบายไปที่หนองแขมได้ดีขึ้น อีกจุดที่เป็นปัญหาคือที่วงแหวน-บางบอน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง โดย กทม.จะหารือร่วมกับกรมทางหลวงอีกครั้งเพื่อหาแนวทางแก้ไขเนื่องจากการจราจรเป็นปัญหาสำคัญ

สำหรับปัญหาที่ 2 นั้น นายชัชชาติ ระบุว่า คือปัญหาน้ำท่วม เพราะพื้นที่เขตบางบอนมีคลองกว่า 30 คลอง ภายในพื้นที่ 30 ตารางกิโลเมตร ซึ่งต้องทำการลอกคลอง ที่ผ่านมามีบางคลองที่นานๆ จะลอกสักครั้งรวมถึงการลอกท่อระบายน้ำ มีบางหมู่บ้านที่เป็นปัญหาน้ำท่วมขังนาน 

ส่วนปัญหาที่ 3 เขตบางบอน มีชุมชนที่จัดตั้งตามระเบียบเพียง 12 ชุมชน และมีอีกจำนวนมากยังไม่สามารถจัดตั้งได้เนื่องจากยังไม่ตรงเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ทำให้ความช่วยเหลือต่างๆ ไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างเป็นรูปธรรมหรือตรงตามกฏหมายได้ คงต้องพิจารณามาตรการว่าจะสามารถเพิ่มชุมชนเหล่านี้ได้เข้าสู่ระบบได้อย่างไรส่วนเรื่องเศรษฐกิจในพื้นที่ ทางฝ่ายบริหารจะรับปัญหาไปเพื่อหาทางดำเนินการแก้ไขให้ ทั้งนี้ เขตบางบอนเป็นพื้นที่ชายขอบอาจมีปัญหาไม่เหมือนที่อื่น อาจไม่มีปัญหาเรื่องความหนาแน่นของประชาชนมากเหมือนในเมือง แต่ปัญหาเรื่องการกระจายตัว เช่น การเก็บขยะอาจมีความถี่ที่น้อยเนื่องจากจำนวนรถเก็บขยะอาจจะมีไม่เพียงพอ และมีคนต่างด้าวอาศัยอยู่จำนวนมาก เนื่องจากอยู่ใกล้กับสมุทรสาครด้วย 

สำหรับเรื่องโควิด-19 ได้สอบถามแล้วอยู่ในสภาวะที่สามารถควบคุมได้ โรงเรียนในพื้นที่ไม่มีปัญหาเรื่องโควิดมาก ปัจจุบันจึงยังไม่น่ากังวลเรื่องโควิด และมีการรณรงค์ให้ไปฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตนได้มีนโยบายให้ทุกสำนักงานเขตเตรียมความพร้อมเรื่องศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ (Community Isolation : CI) ซึ่งในพื้นที่เขตบางบอนยังมีอยู่ แต่ยังไม่มีผู้ใช้บริการในขณะนี้ การมีศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ (CI) เป็นข้อดีที่สามารถแยกผู้ป่วยออกมา เพื่อไม่ให้ไปติดผู้สูงอายุที่อยู่ที่บ้าน ที่ผ่านมาศูนย์พักคอยบางแห่งใช้โรงเรียนเป็นที่ตั้ง เมื่อโรงเรียนเปิดก็จะต้องหาสถานที่ใหม่ ทางที่ดีคือหาพื้นที่ของเอกชนที่สามารถเข้าร่วมได้พร้อมทั้งตรวจสต๊อกยาทั้งหมดว่ามีเพียงพอหรือไม่ แจกไปเท่าไร โควิด-19 รอบนี้ การให้ยาด้วยความรวดเร็วเป็นเรื่องสำคัญ เพราะผู้ติดเชื้ออาจไม่มีอาการหนักมากซึ่งยาจะช่วยลดความรุนแรงได้ 

ส่วนการฉีดวัคซีน และการสวมหน้ากากยังคงจำเป็นอยู่ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในที่โล่งแจ้งแต่คนหนาแน่นก็ควรสวมหน้ากาก ตนก็ยังใส่หน้ากากทั้งวันเพื่อเป็นแบบอย่างให้เห็นว่าใส่หน้ากากก็ยังมีความจำเป็นอยู่ ออกไปปลูกต้นไม้ถึงแม้ว่าจะอยู่ในที่โล่งแจ้งแต่มีคนเยอะก็ใส่หน้ากากอยู่ ปัจจุบันการใส่หน้ากากเป็นเรื่องของความสมัครใจ แต่เชื่อว่าจะทำให้เราปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ที่อาจมีความไม่แน่นอนอยู่ ซึ่ง กทม.ได้ปกิบัติตามหลักเกณฑ์ของ ศบค.ทุกอย่าง ตามที่รัฐบาลมีนโยบายมา 

สำหรับการร้องเรียนผ่าน Traffy Fondue นั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า ในพื้นที่บางบอนส่วนใหญ่เป็นปัญหาเส้นเลือดฝอย เช่น ถนนไม่เรียบร้อย ปัญหาท่อระบายน้ำและการลอกคูคลอง ซึ่งต้องบริหารจัดการให้มีความสมดุลระหว่างโครงการขนาดใหญ่และเส้นเลือดฝอย เช่น อุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำต้องสมดุลกับการระบายน้ำของท่อระบายน้ำในชุมชน

นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงเรื่องภาษีที่ดินอัตราการจัดเก็บ ว่า อัตราการจัดเก็บมาจากกระทรวงการคลังเป็นผู้กำหนด กทม.ไม่สามารถจัดเก็บได้ต่ำกว่าอัตราที่กำหนดได้ หลังจากนี้จะนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่เป็นภาษีหลักของ กทม. ที่จัดเก็บอยู่ ตัวอย่างเช่นพื้นที่เขตบางบอนในปีนี้ตั้งเป้าจัดเก็บได้ 58 ล้านบาท ปัจจุบันเก็บได้เพียง 30 กว่าล้าน หรือ 60% ซึ่งที่จริงควรได้ถึง 90 ล้านบาท จากตัวเลขปีที่แล้วจัดเก็บภาษี 10% จัดเก็บได้ 9 ล้านบาท ดังนั้น คนที่มีทรัพย์สินจึงต้องเตรียมตัวเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย  

การจัดเก็บภาษีต้องมีข้อมูลที่ครบถ้วน ว่าตามหลักเกณฑ์ควรจัดเก็บเท่าไหร่ แต่ปัจจุบันยังขาดฐานข้อมูลที่ครบถ้วน ซึ่งหากมีข้อมูลครบจะทำให้สามารถพิจารณาได้ว่าควรจะเก็บในอัตราเท่าไร  ซึ่งอาจจะเป็น 5 เท่าจากของเดิมก็เป็นได้ แต่ก่อนเป็นภาษีโรงเรือนและที่ดินจะประเมินจากรายได้ แต่ปัจจุบันเป็นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะเก็บจากเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าประเมินที่ดิน ซึ่ง กทม.ในฐานะผู้ปฏิบัติจะต้องมีความชัดเจนเรื่อง ฐานข้อมูลส่วนอัตราการจัดเก็บเป็นเรื่องของกระทรวงการคลังกำหนด 

“สำหรับเพื่อนพนักงานกวาดที่แจ้งเหตุต้องถือว่าทำความดี ไม่ควรไปเอาผิดกับผู้แจ้ง เพราะเขานำความเดือดร้อนของชาวบ้านมาบอกพนักงานฝ่ายรักษาฯ ที่มีจำนวนกว่า 10,000 คน จะช่วยดูแลปัญหาของเรา เช่น เมื่อพบเห็นจุดไหนที่เป็นมีปัญหาน้ำท่วมก็แจ้งเข้ามา ทั้งในเรื่องท่อระบายน้ำ ความปลอดภัย ไฟฟ้าส่องสว่าง และทางม้าลาย เป็นปัญหาจุดย่อย ๆ ที่บางทีเราเข้าไม่ถึง ซึ่งต้องขอบคุณที่เค้าช่วยแจ้ง มีคนกังวลว่าคนที่มาแจ้งจะได้รับผลกระทบ จริงๆแล้วต้องชมเชยและให้รางวัลเขาที่นำข้อเท็จจริงมาบอกเราโดยสุจริตใจ” 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุมกับคณะทำงานเขตบางบอน นายชัชชาติได้ลงพื้นที่สำหรับกิจกรรม ผู้ว่าฯ สัญจร โดยระหว่างที่กำลังเดินทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับและร่วมถ่ายภาพ จากนั้นนายชัชชาติได้พบกับกลุ่มประชาชนจำนวนหนึ่ง ยืนถือป้ายแสดงข้อความ อาทิ “คนขายเจ๊ง แต่โดนยึดสิทธิ ผู้ว่าฯ ช่วยด้วย” เป็นต้น 

นายชัชชาติ จึงเดินเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มประชาชนดังกล่าว และทราบว่าเป็นตัวแทนผู้ค้าตลาดบางแคภิรมย์ ที่เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนกับตนเอง หลังถูกยึดสิทธิการค้าขาย อย่างไม่เป็นธรรม โดยมีนายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. และนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. เป็นตัวแทนในการรับเรื่องดังกล่าว

ต่อมาเวลา 16.40 น. ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือสวนบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย นายชัชชาติได้มาร่วมงานดนตรีในสวน เพื่อร่วมฟังดนตรีชมการแสดงประกอบเพลง และเดินชมแผงค้าขายต่างๆ ทั้งนี้ นายชัชชาติได้เดินสวัสดีทักทายประชาชนและบรรดานักเรียน วัยรุ่นที่มาออกบูธจัดกิจกรรม ขายสินค้าอาหารต่างๆ รวมถึงยังร่วมนั่งรับชมการแสดงกลุ่มอังกะลุงและการเต้นประกอบเพลงจากเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดยางสุทธาราม บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ คอยช่วยส่งเสียงเชียร์ให้เด็กๆ แสดงประกอบเพลงเพื่อไม่เป็นการเขอะเขิน จากนั้นเด็กนักเรียนหญิงได้เดินมาหาผู้ว่าฯ ชัชชาติ ที่กำลังนั่งรับชม เพื่อชวนให้ลุกขึ้นมาเต้นรำร่วมกันในบทเพลงวันเพ็ญเดือนสิบสอง ก่อนผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลุกขึ้นฟ้อนรำด้วยความสนุกสนาน และยังร่วมรับเชิญในการแสดงมายากลคนหน้าขาวอีกด้วย

จากนั้นเวลา 17.30 น. ผู้ว่าฯ กทม. ได้เปิดกิจกรรมดนตรีในสวน โดยกล่าวว่าจริงๆแล้วคำว่าพื้นที่แห่งการเรียนรู้นั้น คำว่าเรียนรู้มันสำคัญ การศึกษาไม่สำคัญเท่าการเรียนรู้ อนาคตเปลี่ยนเร็ว เด็กต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ที่ผ่านมาเราไม่มีพื้นที่ให้เด็กเลย กทม.จึงเล็งเห็นว่าวันจันทร์-วันศุกร์ เป็นวันแห่งการศึกษา ดังนั้น วันเสาร์-วันอาทิตย์ ควรทำให้โรงเรียนเป็นเหมือนศูนย์เรียนรู้ โดย กทม.ยินดีทำให้เป็นพื้นที่ที่มีคุณภาพ ส่วนคนที่จะมาสอนเด็กๆในวันหยุด ขอให้เป็นอาสาสมัครแทน ไม่จำเป็นต้องเป็นครู คล้ายๆกับพี่สอนน้อง ยืนยันว่า กทม.จะทำเต็มที่ทุกอย่างเพื่อทำให้พื้นที่แห่งการเรียนรู้มีคุณภาพสำหรับเด็ก เพื่อเด็กรุ่นใหม่ที่จะต้องเป็นเจ้าของเมืองต่อไป ก็จะต้องเตรียมให้พร้อม 

ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า ขณะที่ บิว-จรูญวิทย์ พัวพันวัฒนะ หรือบิว เดอะวอยซ์ กำลังแสดงดนตรีนั้น ได้เซอร์ไพร้ส์ด้วยการเชิญให้นายชัชชาติ มาร่วมจับไมค์ร้องเพลงบรรเลง โดยเป็นการร้องท่อนฮุกของเพลง “จับมือกันไว้” โดยผู้ว่าฯ กทม. มีอาการเขินอย่างเห็นได้ชัด เดิมทีจะไม่ขอร้องเพลง ขอเพียงเต้นประกอบเพลง ร่วมโบกมือ แต่สุดท้ายเมื่อมีทีมงานยื่นไมค์ให้ ผู้ว่าฯ ก็คว้าไมค์มาร่วมร้องจนจบเพลง ได้รับเสียงเชียร์และเสียงปรบมือจากประชาชนที่มาร่วมงานดังกระหึ่ม

สำหรับกิจกรรมภายในงานมีกลุ่มคลองเตยดีจังได้ออกบูธกิจกรรมเพนท์ลวดลาย โดยมีทีมงานประมาณ 15 คน ซึ่งกิจกรรมเพนท์วันนี้ ทางทีมงานจะให้ผู้ที่สนใจเพนท์ ได้เลือกลายต่างๆที่พรินต์ออกแบบมาแล้ว จากนั้นให้ผู้ที่สนใจเลือกบริเวณส่วนใดก็ตามของร่างกายที่ประสงค์ แล้วเพนท์ลงที่บริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ ทางทีมงานคลองเตยดีจัง ระบุว่า สีที่ใช้เพนท์ เป็นสีที่สามารถล้างออกได้ง่าย ไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง 

นอกจากนี้ ยังมีบูธของกลุ่มรามคำแหง 39 จากกลุ่มรักการอ่าน นำโดยนางวรรณา บุณนาค ตัวแทนกลุ่มดังกล่าว ได้มีการเตรียมพืชผักสวนครัวหลากหลายชนิด อาทิ ผักบุ้ง ผักกาดหอม หัวหอม ผักชีฝรั่ง ไชยา ถั่วฝักยาว ขึ้นฉ่าย เป็นต้นเพื่อเเจกฟรีให้กับประชาชนที่สนใจ สามารถนำพืชผักสวนครัวที่ปลูกลงพร้อมในดินผสมไส้เดือน โดยนำผักที่รับไปในวันนี้ ไปใช้ประกอบอาหารได้ โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อพืชผัก ถือเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนไปได้มาก