เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ จ.อุทัยธานี นายสมบูรณ์ ศรีเมือง อายุ 59 ปี ชาวนาบ้านทับทราย ม. 7 ต.ทุ่งผึ้ง อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นหนึ่งในชาวนาที่ยอมเสี่ยงทำนาหว่านข้าวแห้งคอยฝน ด้วยการใช้รถไถย่ำดินให้มีขนาดเล็กลง เพื่อกลบเมล็ดพันธุ์ข้าวที่หว่านลงไป ท่ามกลางฝุ่นตลบ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำนาหว่านข้าวแห้งคอยฝน  หลังเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงยาว โดยทำนาหว่านทั้งสิ้น  70 ไร่ด้วยกัน

โดยชาวนา รายนี้ เผยว่า ปกติของทุกปี ปริมาณฝนจะดีกว่านี้และจะทำนากันแล้ว ตั้งแต่ต้นฤดูกาล แต่ปีนี้ฝนทิ้งช่วงยาว จึงทำให้ต้องทำนาล่าช้ากว่าทุกปี ทั้งที่เข้าสู่ฤดูฝนมาเป็นระยะเวลา 2 เดือนแล้ว (ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม-มิถุนายน ) สภาพพื้นที่นาข้าว อยู่นอกเขตชลประทาน ไม่มีสระเก็บกักน้ำสำรอง แต่ก็ต้องรอฝน ไม่เช่นนั้นจะไถดินไม่เข้า หากมีฝนมาดินพอชุ่ม ก็จะลงมือไถหว่านทันที และยอมรับว่า ปีนี้ ทำนามีความเสี่ยงมาก ที่ข้าวจะตายแล้งลง เพราะถ้าไม่ทำนาก็ไม่รู้จะทำอะไร จึงอยากให้รัฐบาล ช่วยเร่งทำฝนเทียมช่วยเหลือเป็นการด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากภาวะฝนทิ้งช่วงยาว ทำให้ชาวนาในหลายพื้นที่ ไม่สามารถทำนาได้เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา ทำให้นาร้าง ในหลายอำเภอ ภาพที่เคยเห็นผืนนาเขียวขจีทุกปี ต้องปล่อยให้ควายลงไปแทะเล็มหญ้าแทนการทำนา เพราะแต่ละบ้านชาวนา จะนิยมเลี้ยงควาย เพื่อเสริมสร้างรายได้ 

สำหรับ จ.อุทัยธานี มีพื้นที่ปลูกข้าว 585,523 ไร่ มีจำนวนเกษตรกรผู้ทำนา 33,905 ครัวเรือน แต่ในปีนี้ฝนที่ทิ้งช่วงยาว ส่งผลให้ชาวนา ทำนากันน้อยราย โดยได้ขึ้นทะเบียนแจ้งกับทางราชการไว้แล้วเพียง  48,756 ไร่ หรือ 8 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ปลูกทั้งหมด เท่านั้น

ขณะที่ จ.อุทัยธานี มีพื้นที่ทำนาที่อยู่ในเขตชลประทาน จำนวน 203,335 ไร่ ประกอบด้วย เขื่อนทับเสลา  เขื่อนวังร่มเกล้า  อ่างเก็บน้ำห้วยขุนแก้ว  และฝายทับค้อ  ส่วนพื้นที่นาข้าวที่อยู่นอกเขตชลประทาน อาศัยน้ำฝน   มีพื้นที่ 382,188 ไร่ ด้วยกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าพื้นที่นาข้าวอาศัยน้ำฝน เป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของการทำนา