นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล วุฒิสมาชิก สายสื่อมวลชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ว่า หากข้อกล่าวหาที่ปรากฏเป็นความจริง ถือเป็นคดีทุจริตการสอบเข้ารับราชการครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ โดยมีการกล่าวอ้างว่ามีมูลค่าการซื้อขายตำแหน่งสูงถึง 4,500 ล้านบาท

นายไชยยงค์ กล่าวว่า ประเทศไทยเคยประสบปัญหาการทุจริตสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอเมื่อปี 2552 ซึ่งมีการดำเนินคดีกับข้าราชการระดับสูงและมีคำสั่งให้การสอบเป็นโมฆะ แต่กรณีที่กำลังถูกตรวจสอบในครั้งนี้ ถือว่ามีความร้ายแรงกว่า เนื่องจากมีข้อกล่าวหาว่าเป็นการดำเนินการในลักษณะเป็นขบวนการ มีผู้เกี่ยวข้องหลายระดับ ตั้งแต่ผู้มีอำนาจ บุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ผู้ได้รับโควตา และผู้นำโควตาไปจำหน่ายต่อ รวมถึงผู้ประสานงานในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาว่า ผู้เกี่ยวข้องบางส่วนเป็นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บุคคลใกล้ชิดนักการเมืองท้องถิ่น และผู้ทำหน้าที่รับเงินจากผู้ประสงค์จะสอบเข้ารับราชการ โดยอัตราค่าใช้จ่ายที่มีการกล่าวอ้างอยู่ระหว่าง 300,000-800,000 บาท ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ต้องการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการทุจริตที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและระบบราชการ

นายไชยยงค์ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ควรให้ความสำคัญกับการคลี่คลายคดีนี้อย่างจริงจัง โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ป.ป.ช. ปปง. และดีเอสไอ เร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ เพื่อขจัดขบวนการทุจริตให้หมดสิ้น

“หากรัฐบาลสามารถดำเนินการกับผู้กระทำผิดได้อย่างตรงไปตรงมาและถึงที่สุด จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้กับประชาชน พร้อมสะท้อนถึงความจริงจังในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน และอาจถือเป็นผลงานสำคัญของรัฐบาลในการยกระดับธรรมาภิบาลของประเทศ” นายไชยยงค์ กล่าว