จากกรณีปิดผลนับคะแนน สก. 50 เขต อย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 21.20 น. (นับแล้ว 94.99%) พรรคประชาชนโชว์ฟอร์มโหด กวาดที่นั่งเข้าสภาเสาชิงช้ามากที่สุด 22 เขต ตามด้วยกลุ่มคนทำงาน 11 เขต และพรรคประชาธิปัตย์ 8 เขต จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สก. ทั้งสิ้นกว่า 4.3 ล้านคน ตามที่เสนอไปก่อนหน้านี้
อ่านข่าวต่อ : “พรรคประชาชน” ผงาดคว้า 22 ที่นั่ง ยึดสภา กทม. เด็ดขาด!

กระแสยังไม่จบเพียงเท่านี้ หลังล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. “นายชวลิต เลาหอุดมพันธ์” อดีต สส.พรรคประชาชน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า อยากเห็นแนวทางพรรคสอดคล้องโหวตเตอร์ ชี้ต้นตอทำเสียดายคนชอบส้มกลับหมั่นไส้ไปเลือกชัชชาติ พร้อมระบุข้อความว่า “ผมโชคดีที่เขตที่ผมไปช่วยวันนี้ สก. ส้มชนะ ไม่งั้นคงจิตตก ผมคาดหวังกับ สก. ส้มที่จะได้เกินครึ่งของสภา กทม. มาตลอด แล้ววันนี้ก็ผิดหวังกับผลที่เกิดขึ้น แต่ทำใจมาก่อนละครับ หลายปีนี้ ผมใช้หลายโอกาสในการนำเสนอให้คนที่มีส่วนตัดสินใจของพรรคตัดสินใจไม่ต้องส่งผู้ว่าฯ เพื่อให้โฟกัสเป้าหมาย สก. ให้เกินครึ่งสภาให้ได้ ไม่ใช่เพราะผมคิดเองเออเอง แต่เป็นเสียงของผู้สนับสนุนพรรคจำนวนมาก หลังไมค์มาบอกผมต่างหากครับ ผมก็ทำได้แค่บอกพวกเขาไปว่าจะฝากไปบอกให้นะ แล้วพอมีเยอะขึ้นๆ ผมก็ไปบอกให้จริงๆ ในหลายโอกาสนะครับ ผมฉุกคิดกับคำถามนี้มานานหลายปีแล้วว่า พรรคนี้ที่ขึ้นชื่อว่าพรรคมวลชนเนี่ย การตัดสินใจของแกนนำพรรค ควรจะสอดคล้องกับมวลชน ผู้สนับสนุนพรรคมากน้อยแค่ไหน แล้วทำไมคนช่วยงานชัชชาติจำนวนมาก ก็คือคนเดียวกับที่ช่วยงานพรรคส้มในตอนเลือกตั้งใหญ่นั่นแหละ”

อีกทั้ง “ผมจึงมองในมุมของมวลชนผู้สนับสนุนพรรคดู ลองจินตนาการ สมมุติว่า ชัชชาติ เดินมาที่พรรคขอสมัครในนามพรรค คิดว่าเขาจะเป็นผู้บริหารที่เป็นไปตามที่พรรคคาดหวังได้ไหม ถ้าพรรคและ สก. ของพรรคสนับสนุน หรือไม่ก็กดดันให้ทำ คำตอบคือ แน่นอนอยู่แล้ว ไม่ว่าในโลกความเป็นจริง จะบริหารได้ตามนั้นมากน้อยแค่ไหน แต่ในมุมมองของโหวตเตอร์ผู้สนับสนุนพรรคส้ม เขามองแบบนั้นครับ ไม่งั้นจะกาให้ทำไม ดังนั้น การดันเป้าหมาย สก. เกินครึ่งสภาให้ได้ จึงต้องเป็นการเติมเต็มจินตนาการนี้ ว่า สก. ส้ม คือคนที่จะมาอุดข้อบกพร่องที่ผ่านมาของชัชชาติต่างหาก ไม่ใช่นำเสนอคนที่ไม่บกพร่องมาแข่ง ซึ่งยังไม่พอที่จะทำให้คนเชื่อ”

นอกจากนี้ “การทุจริตที่ผ่านมาในยุคชัชชาติสมัยแรก จะถูกแก้ได้เพราะจะมี สก. ส้มเต็มสภามาแทน สก. ชุดเดิมที่เละเทะ สิ่งที่น่าทำแต่ชัชชาติสมัยแรกไม่ได้ทำ จะถูก สก. ทั้งส่งเสริมและผลักดันให้กล้าทำและทำได้ ฯลฯ ผมเชื่อว่ามันเป็นวิธีที่จะทำให้คะแนนที่เลือก สก. ส้ม เข้าใกล้คะแนนตอนเลือกตั้ง สส. ส้มมากที่สุด สิ่งที่ผมกลัวก็คือ ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ แข่ง ซึ่งหนีไม่พ้นที่จะต้องชูสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดีกว่า และโจมตีจุดอ่อนคู่แข่ง แล้วจะทำให้เสียงที่เคยเลือก สส. ส้มเกิดหมั่นไส้ คะแนนหายเพราะความหมั่นไส้ ผมไม่เชื่อ เวลาได้รับคำอธิบายประมาณว่า ก็รู้ว่าผู้ว่าฯ เป็นรองนั่นแหละ แต่จำเป็นต้องส่งเพื่อให้ สก. ได้รับการสนใจไปด้วย แต่มันก็เป็นแนวคิดคลาสสิกที่น่าเชื่อถือ ใครจะไปเชื่อว่า ทำแบรนด์ทีม สก. อย่างเดียวให้แข็ง ก็ขายได้ ไปสู่เป้าหมาย สก. เต็มสภาได้ เพราะไม่เคยมีตัวอย่างจากในอดีต ความคิดแบบผมมันเพ้อเจ้อไป”

ทั้งนี้ “แต่ผมก็สัมผัสได้มานานแล้วนะ ว่ามวลชนส้ม ก็คิดกันอย่างนี้เยอะแยะนั่นแหละ ภาพอนาคตที่พรรคส้มเคยวาดไว้ให้มวลชนเห็น มวลชนก็ยังเห็นภาพนั้นเป็นเป้าหมายอยู่นั่นแหละ เพียงแต่เขาคิดว่า ใครก็ได้ ที่น่าเชื่อว่าจะทำให้ภาพนั้นเป็นจริง และเชื่อไปแล้วว่าถ้าเลือกชัชชาติก็น่าจะทำได้มากกว่า ถ้าคู่แข่งมันชัดเจน ว่าเป็นเผด็จการ หรือการคอรัปชั่นแบบหน้าด้านๆ การที่เรามีความหวังเพียงนิดเดียวที่จะชนะ แต่กล้าที่จะลงสนาม มันจะเป็นอะไรที่น่าเคารพนับถือสุดๆ และขับเคลื่อนพลังมวลชนได้ดีมาก แต่นี่ไม่ได้เป็นแบบนั้นมวลชนเราไม่ได้มองชัชชาติเป็นขั้วตรงข้าม ถ้ามีแค่เลือกตั้งผู้ว่าฯ อย่างเดียว แน่นอนว่า ควรส่งเพื่อให้มีตัวเลือกและการแข่งขัน แต่พอมีปัจจัยเรื่องความหมั่นไส้แล้วจะกระทบคะแนน สก. ผมรู้สึกเสียดาย แต่ก็แหละ ผมมาให้ความเห็นหลังจากผลออกแล้ว ใครๆ จะพูดยังไงก็ได้ ยังไงก็ถูก ถ้าไม่ส่ง ผู้ว่าฯ คะแนน สก. อาจจะน้อยกว่านี้อีกก็ได้ ผมอาจจะผิดก็ได้ อันนี้ก็เป็นแค่ทรรศน์หนึ่ง ที่อยากบันทึกไว้ที่อยากจะสื่อจริงๆ ก็คือ อยากให้การตัดสินใจของพรรค สอดคล้องกับความคิดความอ่านโหวตเตอร์ ผู้สนับสนุนพรรคมากขึ้นน่ะครับ ผมอาจจะผิด ความจริง การตัดสินใจพรรค อาจจะสอดคล้องกับผู้สนับสนุนพรรคที่เหลือจนน้อยนิดก็ได้ แต่ผมเชื่อว่าไม่ ผมยังเชื่อว่า ผู้สนับสนุนพรรคยังก้อนใหญ่พอๆ กับตอนเลือกตั้ง สส. อยู่นั่นแหละ เพียงแค่ การตัดสินใจของแกนนำพรรคครั้งนี้ไม่ตรงกับผู้สนับสนุน”

ขอบคุณข้อมูลจาก : Chavalit Laohaudomphan – ชวลิต เลาหอุดมพันธ์