เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงความคืบหน้าสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และแนวทางการดำเนินงานของกองทัพบก ว่า กองทัพบกขอยืนยันเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการยึดถือข้อตกลงตามถ้อยแถลงร่วมจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 68 เป็นกรอบการดำเนินงานหลัก พร้อมดำรงความพร้อมสูงสุดในการปกป้องอธิปไตย ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยและส่งเสริมการดำรงชีวิตตามปกติสุขของประชาชนในพื้นที่ โดยทุกภารกิจดำเนินด้วยความรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดเงื่อนไขที่ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบในเวทีระหว่างประเทศ

สำหรับภาพรวมสถานการณ์ในปัจจุบัน แม้ยังพบการเผชิญหน้าในบางพื้นที่ปฏิบัติการที่มีความอ่อนไหว เช่น การเข้ามาทักท้วงใกล้แนวเครื่องกีดขวางของไทย ซึ่งส่งผลให้เกิดการกระทบกระทั่งทางวาจาระหว่างกำลังพลในบางโอกาส แต่สถานการณ์โดยรวมยังไม่รุนแรงถึงขั้นใช้กำลัง และยังคงสามารถใช้กลไกของชุดประสานงานหน่วยในพื้นที่ในการเจรจาเพื่อคลี่คลายปัญหาและสร้างความเข้าใจร่วมกันได้ แม้จะยังปรากฏพฤติกรรมยั่วยุทั้งในพื้นที่ชายแดน และบนสื่อสังคมออนไลน์อยู่บ้างก็ตาม 

พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ในส่วนของแนวทางปฏิบัติ กองทัพบกได้ดำเนินงานตามนโยบายของ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งเน้นการเพิ่มความเข้มงวดด้านการเฝ้าระวัง ตรวจการณ์ เสริมความมั่นคงของที่มั่น ปรับปรุงเส้นทางลาดตระเวน และระบบส่งกำลังบำรุง ตลอดจนเร่งแก้ไขปัญหาทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพล ทั้งนี้ หากเกิดปัญหาเฉพาะหน้าในพื้นที่ ฝ่ายไทยจะเน้นแนวทางสันติวิธี และการเจรจาทวิภาคีเป็นลำดับแรก ส่วนการใช้กำลังทางทหารจะกระทำเท่าที่จำเป็น ภายใต้กฎการใช้กำลัง (Rules of Engagement : ROE) และกรอบกติกาสากลอย่างเหมาะสม 

พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ด้านการประเมินแนวโน้มสถานการณ์ในมิติทางทหาร คาดว่ายังคงมีการกระทบกระทั่งทางวาจาระดับบุคคล เนื่องจากฝ่ายไทยจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการความมั่นคงในพื้นที่รับผิดชอบเพื่อความปลอดภัยของประชาชน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่พบสิ่งบ่งชี้เชิงลึกที่สะท้อนถึงความตั้งใจใช้กำลังอาวุธเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ฝ่ายไทยจะไม่ประมาท และพร้อมรับมือต่อทุกสถานการณ์ สำหรับในมิติการทูต ยังคงมุ่งเน้นการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลภายใต้กรอบข้อตกลงตามถ้อยแถลงร่วมทั้งในระดับพื้นที่และระดับภูมิภาค โดยพร้อมขับเคลื่อนกลไกความร่วมมือต่างๆ เมื่อบรรยากาศเอื้ออำนวย 

นอกจากนี้ กองทัพบกได้กำชับหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่เพิ่มความระมัดระวังต่อการยั่วยุที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง ซึ่งอาจถูกนำไปบิดเบือนว่าฝ่ายไทยละเมิดข้อตกลงหยุดยิง รวมทั้งให้ระมัดระวังการถูกบันทึกภาพ หรือเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างภาพลักษณ์เชิงลบเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการสื่อสารในการบั่นทอนความน่าเชื่อถือของประเทศไทยทั้งในประเทศ และในเวทีระหว่างประเทศ