เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย และคณะ แถลงข่าวกรณีการอุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย ว่า กระทรวงได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก ภายหลังเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ แม้ขณะนี้จะยังเปิดให้ประชาชนยื่นอุทธรณ์ได้ แต่รัฐบาลรับทราบว่าประชาชนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และแอปพลิเคชัน ยังประสบปัญหาในการดำเนินการ กระทรวงมหาดไทยจึงเตรียมจัดตั้ง One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกในการยื่นอุทธรณ์ให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ โดยใช้กลไกของนายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน เพื่อเข้าไปรับข้อมูลจากชาวบ้าน เก็บข้อมูลมาที่การปกครองอีกครั้งหนึ่ง

อีกประเด็นสำคัญที่รัฐบาลเตรียมนำมาใช้ประกอบการพิจารณาอุทธรณ์ คือ กรณีที่ประชาชนจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะผู้พิการพบว่าตนเองมีชื่อเป็นผู้รับจ้างงาน หรือมีชื่อเป็นกรรมการและผู้บริหารบริษัท ทั้งที่ไม่เคยรับรู้หรือยินยอมมาก่อน ข้อมูลลักษณะนี้สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นอุทธรณ์ได้ โดยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกนำชื่อไปสวมสิทธิ เปิดบริษัท เปิดบัญชีม้า หรือใช้เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจ รวมถึงอาจเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

สำหรับประชาชนที่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ยังคงสามารถขอรับสิทธิสนับสนุนค่าไฟฟ้าเดือนละ 315 บาท และสิทธิใช้น้ำประปาฟรีตามเงื่อนไขของโครงการได้ ขณะเดียวกัน ผู้ที่ตรวจสอบแล้วพบว่ายังไม่เข้าเกณฑ์รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เพื่อรับการช่วยเหลือตามมาตรการของรัฐบาลได้ 

“ที่มีการปรับเกณฑ์เนื่องจากเราใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น ผมอยากสื่อสารคืออยากขออภัยพี่น้องประชาชน ที่ประกาศเกณฑ์ออกมาอาจไม่ได้เป็นที่พอใจ ตอนนี้เราเห็นรายละเอียดแล้วว่าเป็นอย่างไร และจะดูไส้ในว่าสามารถปรับปรุงอะไรได้บ้าง เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด” 

ส่วนเรื่องนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้วันไหนนั้น กระทรวงการคลังจะไปประมวลข้อมูลทุกอย่าง และจะทำเรื่องเสนอต่อไป ส่วนระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ เดิมกำหนดสิ้นสุดภายในสิ้นเดือน ก.ค. นี้ แต่เตรียมเสนอ ครม. เพื่อขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่ 20 ก.ย. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีเวลารวบรวมเอกสาร และหลักฐานประกอบการอุทธรณ์ได้อย่างครบถ้วน 

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กรมการปกครองได้มีหนังสือด่วนที่สุดแจ้งไปยังที่ทำการปกครองจังหวัด และที่ทำการปกครองอำเภอทั่วประเทศ ให้ร่วมขับเคลื่อนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยมอบหมายให้ทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ดำเนินการ ดังนี้

1. ประชาสัมพันธ์การประกาศผลผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิได้ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ แอปพลิเคชัน เป๋าตัง แอปพลิเคชัน ทางรัฐ เว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ และธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง  

2. จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ระดับอำเภอ” (One Stop Service) ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ธนาคารกรุงไทย และหน่วยงานตรวจสอบสิทธิ อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ทั้งในส่วนของผู้ได้รับสิทธิที่ต้องดำเนินการยืนยันตัวตน และกลุ่มผู้ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติโครงการฯ ที่ประสงค์จะยื่นขอทบทวนสิทธิ สามารถแจ้งทบทวนสิทธิ์ได้ ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง

นอกจากนี้ยังมีบริการ “อำเภอพึ่งได้” สำหรับผู้ไม่สะดวกจะเดินทางด้วยตัวเอง โดยให้เจ้าหน้าที่อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปรับเรื่องราวในระดับพื้นที่ นัดหมายในการลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกด้านการอุทธรณ์

3. ติดตามและตรวจสอบข้อมูลข่าวสารในพื้นที่อย่างใกล้ชิด หากพบข้อร้องเรียน ข้อสงสัย หรือข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับโครงการ ขอให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์ระดับพื้นที่ ผ่านหอกระจายข่าวเสียงตามสายหมู่บ้าน ซึ่งจะทำให้ทุกท่านได้รับทราบข้อมูลโดยเฉพาะข้อมูลใหม่ เช่น การปรับเกณฑ์พิจารณาหรือระยะเวลาในการทบทวนที่จะออกประกาศหลังมติที่ประชุม ครม. พรุ่งนี้ (21 ก.ค.)