เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้เป็นประธานเปิดการประชุมและบรรยายพิเศษ เรื่อง “การจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning สู่การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21” ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 ซึ่งเป็นนโยบายของนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาของรัฐบาล โดยมีคณะทำงาน ONE TEAM ประกอบด้วย ผอ.สวก., สทศ., สบว., สบน., ศนฐ., และทีมวิชาการของรองเลขาธิการ กพฐ. จัดกิจกรรมขับเคลื่อนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ด้วย Active Learning และมีบุคลากรเข้าร่วมอบรม ประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ ครูหัวหน้าฝ่ายวิชาการ ครูแกนนำกลุ่มสาระ รวม 400 คน และรับชมผ่านระบบออนไลน์ รวม 764 คน ซึ่งการขับเคลื่อนโดย One Team ครั้งนี้ เป็นจุดพัฒนาที่ 5 ของทั้งประเทศ ซึ่งได้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้บริหาร คณะครู และศึกษานิเทศก์ ในเขตพื้นที่ สพป.สระบุรี เขต 1 เน้นให้ผู้บริหารเห็นความสำคัญของการพัฒนา และขับเคลื่อนร่วมกับครูในโรงเรียน เพื่อพัฒนาจุดเน้นสำคัญของการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ. 2560) ทักษะในศตวรรษที่ 21, Active Learning และสมรรถนะ ในการบูรณาการทั้งความรู้ ทักษะ และเจตคติ เห็นคุณค่าของความรู้และทักษะ นำไปสู่การประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ หรือแก้ปัญหาได้ในชีวิตประจำวัน
รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Active Learning เป็นกระบวนการที่นักเรียนได้คิด ลงมือปฏิบัติ และสื่อสารว่าเข้าใจถูกต้อง ตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ตั้งไว้ในคาบเรียน ซึ่งสามารถดำเนินการได้ในทุกๆ แผนการจัดการเรียนรู้ เมื่อเด็กได้ฝึกคิดในทุกคาบ ก็จะทำให้เกิดกระบวนการคิดเป็นระบบ และการบูรณาการตัวชี้วัด/ข้ามรายวิชา ลดทอนเนื้อหาที่ซ้ำซ้อน ลดภาระชิ้นงาน เพื่อให้นักเรียนมีเวลาเหลือ และได้รับการฝึกคิดแบบอัตโนมัติ ทำให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่น่าภาคภูมิใจ และเติมบ่มเพาะคุณลักษณะอันพึงประสงค์จนเป็นวิถีธรรมชาติ เราก็จะได้เด็กที่เป็นไปตามเป้าหมาย คือ คุณลักษณะที่ดี ครบตามมาตรฐาน และมีสมรรถนะ นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของแหล่งเรียนรู้ในพื้นที่ให้เป็นหน่วยบูรณาการใช้แทนห้องเรียน เพื่อที่จะสามารถทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากของจริง ปฏิบัติจริง ด้วยกิจกรรม Active Learning เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางฯ โดยสามารถลดเวลา บูรณาการตัวชี้วัด บูรณาการเชิงพื้นที่ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิด ปฏิบัติกิจกรรม สื่อสารความเข้าใจ จนเกิดความคงทนในการเรียนรู้ และเป็นมิติที่ทำให้เด็กรักและผูกพันกับท้องถิ่นตนเอง
“ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณผู้บริหารเขตพื้นที่ ผู้บริหารสถานศึกษา และคณะครู ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 ที่เห็นความสำคัญ และขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ Active Learning อย่างเป็นรูปธรรม โดย สพฐ.ได้กำหนดแนวทางการติดตามสถานศึกษาร่วมกับเขตพื้นที่ 3 ระยะ ทั้งในรูปแบบ Online และ On-site เพื่อนำข้อมูลจากบริบทพื้นที่จริงมาปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นต่อไป และเป็นมิติใหม่ภายใต้การนำของเลขาฯ กพฐ. ที่เข้มแข็งการจัดการเรียนรู้สู่คุณภาพผู้เรียนในทุกด้าน แสดงศักยภาพของ สพฐ.ส่วนกลางและส่วนพื้นที่ที่เดินไปด้วยกันในทิศทางเดียวกันค่ะ” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว
ขณะที่ นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา กล่าวว่า ตนคาดหวังว่าหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมในครั้งนี้ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูจะร่วมมือกัน ในการนำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สู่การปฏิบัติ ทั้งในส่วนของการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน มีการบูรณาการตัวชี้วัด มีการบูรณาการจัดการเรียนรู้ เพื่อกำหนดเป็นหน่วยการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสภาพบริบทของสถานศึกษา ความต้องการของนักเรียน และชุมชน รวมทั้งใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อให้นักเรียนได้คิด ลงมือปฏิบัติจริง เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีความสุขในการเรียน สามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันต่อไปได้
ทางด้าน นายชนาธิป ทุ้ยแป รักษาการผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษา กล่าวว่า การที่ผู้บริหารและคณะครูมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมรรถนะอย่างถ่องแท้ และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนเป็น Growth mindset ก็จะสามารถจัดการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนได้อย่างแท้จริง รวมทั้งผู้เรียนก็จะได้รับการพัฒนาสมรรถนะให้เต็มตามศักยภาพของตนเองเป็นรายบุคคลอีกด้วย
เช่นเดียวกับ นางสาววงเดือน สุวรรณศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา กล่าวว่า ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นคนรุ่นใหม่ มีความตั้งใจและมีความเข้มแข็งมาก มีพลังในการสร้างการเรียนรู้เชิงรุก ทั้งการเรียนรู้ของตนเองและการเรียนรู้ในโรงเรียนที่เป็นการสร้างนิเวศการเรียนรู้สู่สมรรถนะ รวมทั้งได้รับการสนับสนุนเชิงบวกจาก สพป.สระบุรี และการทำงานที่ร่วมมือและสนุกกับความท้าทายของ One Team จึงเป็นการเติมพลังให้กันและกันระหว่างพื้นที่และส่วนกลางอย่างสร้างสรรค์และงดงาม
สุดท้ายคือ นางรวิภัทร เหล่าคุ้ม ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์ สพฐ. กล่าวว่า การนิเทศทั้งภายในสถานศึกษาโดยผู้บริหารและภายนอกโดยศึกษานิเทศก์ เน้นการนิเทศเพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดการเรียนรู้/วิธีการสอนของครู ให้ครูปรับเป็นการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติ มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ จนสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง ตนเสนอแนะให้ศึกษานิเทศก์ใช้การนิเทศในชั้นเรียน/การสังเกตชั้นเรียน เพื่อช่วยแนะนำครูตั้งแต่ขั้นตอนก่อนสังเกตชั้นเรียน ระหว่างการสังเกตชั้นเรียน และหลังการสังเกตชั้นเรียน โดยสาธิตการนิเทศชั้นเรียนโดยการโค้ช และการสะท้อนผล เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ



