นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า วธ.ร่วมกับ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นเด็ก เยาวชน และประชาชน ที่มีต่อวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา พุทธศักราช 2565 จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ จำนวน 6,397 คน สรุปผลได้ ดังนี้ 1.ร้อยละ 68.44 คิดว่า “วันอาสาฬหบูชา” มีความสำคัญ คือ เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงพระปฐมเทศนาเป็นครั้งแรกในโลก ชื่อว่า ธัมมจักกัปปวัตนสูตร รองลงมาร้อยละ 63.61 เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก ร้อยละ 55.93 เป็นวันที่เกิดพระรัตนตรัยครบทั้ง 3 คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ 2.ร้อยละ 77.79 คิดว่า “วันเข้าพรรษา” มีความสำคัญ คือ พระสงฆ์ต้องอธิษฐานอยู่จำพรรษาในวัดใด วัดหนึ่ง หรือ ณ ที่ใดที่มีพุทธานุญาตไว้ ไม่ไปค้างแรมที่อื่นตลอดพรรษา 3 เดือน รองลงมาร้อยละ 63.45 เป็นช่วงเวลาที่ให้พระสงฆ์ได้มีโอกาสศึกษาพระธรรมวินัยอย่างเต็มที่ ร้อยละ 62.53 เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสบำเพ็ญกุศล ทำบุญตักบาตร หล่อเทียนพรรษา ถวายผ้าอาบน้ำฝน รักษาศีล เจริญภาวนา ฯลฯ 3.ร้อยละ 59.93 สนใจเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา รองลงมาร้อยละ 31.51 ไม่แน่ใจแล้วแต่โอกาส และร้อยละ 8.55 ไม่สนใจเข้าร่วมงาน
รมว.วัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่า เมื่อถามถึงกิจกรรมเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ที่ประชาชนส่วนใหญ่สนใจเข้าร่วม 5 อันดับแรก คือ อันดับ 1 ทำบุญ อันดับ 2 ตักบาตรพระสงฆ์ อันดับ 3 ลด ละ เลิก อบายมุข อันดับ 4 เวียนเทียน และอันดับ 5 ฟังพระธรรมเทศนา และในฐานะพุทธศาสนิกชนจะนำหลักธรรมข้อใดมายึดถือปฏิบัติและนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน 5 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 กตัญญู อันดับ 2 ศีล 5 อันดับ 3 สติ อันดับ 4 อริยสัจ 4 และอันดับ 5 ทาน ศีล ภาวนา เมื่อสอบถามเกี่ยวกับปัจจุบันที่อยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต้องการให้มีการจัดกิจกรรมในรูปแบบใด พบว่า อันดับ 1 จัดกิจกรรมทั้งสองรูปแบบควบคู่กัน อันดับ 2 จัดกิจกรรมในรูปแบบปกติหรือออนไซต์ และอันดับ 3 จัดกิจกรรมในรูปแบบออนไลน์ นอกจากนี้ ผลสำรวจกิจกรรมหรือประเพณีทางพระพุทธศาสนาเนื่องในวันอาสาฬหบูชา และเข้าพรรษา ที่ควรสืบสาน รักษาไว้ให้คงอยู่คู่สังคมไทยตลอดไป ได้แก่ ประเพณีตักบาตรดอกไม้ ที่วัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี ประเพณีแห่เทียนพรรษา เป็นต้น



